
เคลียร์ข้อข้องใจประมูลทีวีดิจิตอล
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในการประมูลทีวีดิจิตอลในหลายเรื่อง โดยเฉพาะค่าโครงข่ายที่เป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมประมูล แต่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็เดินหน้าเต็มที่แล้ว โดยวันที่ 10-12 ก.ย. เป็นวันซื้อซองประมูล
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในการประมูลทีวีดิจิตอลในหลายเรื่อง โดยเฉพาะค่าโครงข่ายที่เป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมประมูล แต่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็เดินหน้าเต็มที่แล้ว โดยวันที่ 10-12 ก.ย. เป็นวันซื้อซองประมูล
10 ก.ย.วันแรกของการซื้อซอง ปรากฏว่าบริษัทใหญ่ 8 ราย เข้าซื้อซองรวม 11 ชุด โดยบริษัทในกลุ่มช่อง 3 ซื้อซองทุกหมวดหมู่ สะท้อนให้เห็นว่าทีวีดิจิตอลเป็นความหวังของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย
“ทีวีดิจิตอลเป็นช่องทางของสินค้า หรือผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงสื่อทีวีในปัจจุบัน ด้วยอัตราค่าโฆษณาที่สูงมาก ทำให้เจ้าของสินค้าไม่กล้าสู้ราคา” พสุ ศรีหิรัญ รักษาการผู้อำนวยการ กลุ่มงานวิชาการและจัดการทรัพยากรกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. กล่าว
จากนี้หลังจากวันที่ 10-12 ก.ย. 2556 ที่เปิดซื้อซองเอกสารการประมูลวันที่ 28-29 ต.ค. เปิดให้ผู้สนใจเข้ายื่นประมูลสูงสุด 3 ช่องต่อราย เดือน พ.ย.-15 ธ.ค. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลราวกลางเดือน ธ.ค.ต้นเดือน ม.ค. 2557 จะประกาศรายชื่อ วันเวลา และลำดับการประมูลสำหรับค่าเช่าโครงข่ายจะประกาศให้ทราบก่อนการประมูล 30 วัน ส่วนลำดับการประมูลว่าเริ่มประมูลช่องใดก่อนจะประกาศล่วงหน้า 15 วัน
พสุ กล่าวว่า สำหรับโครงข่ายซึ่งปัจจุบัน มี 4 รายที่ได้รับใบอนุญาต คือ กองทัพบก อสมท ไทยพีบีเอสและกรมประชาสัมพันธ์ มีหลักเกณฑ์การเลือกโดยใช้การเจรจาก่อน ระหว่างผู้ให้บริการหรือช่องรายการกับเจ้าของโครงข่าย หากตกลงกันไม่ได้จะใช้ราคาประมูลตัดสิน ใครให้ราคาสูงสุดได้สิทธิเลือกก่อน
ทั้งนี้ รวมถึงตัวเลขลำดับช่องรายการ ผู้ที่ประมูลได้ในราคาสูงสุดได้สิทธิเลือกก่อนเช่นเดียวกัน ซึ่งการประมูลทีวีดิจิตอลธุรกิจรวม 24 ช่อง เริ่มด้วยช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว หมายเลขช่อง 13-15 ช่องข่าวสารสาระ หมายเลขช่อง 16-22 ช่องทั่วไป 23-29 และช่องความคมชัดสูง หรือเอชดี หมายเลข 30-36
ส่วนกฎมัสต์แครีที่กำหนดว่าผู้ให้บริการช่องทาง (แพลตฟอร์ม) อื่น ต้องนำพาช่องรายการที่ออกอากาศผ่านฟรีทีวีไปด้วยนั้น ซึ่งเป็นที่ข้องใจสำหรับผู้ประกอบการว่าใครจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้นั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน ผู้ที่ประมูลได้ นอกจากจะต้องออกอากาศผ่านระบบภาคพื้นดินแล้ว ต้องออกอากาศผ่านดาวเทียมด้วย ขณะที่โครงข่ายมีภาระที่ต้องนำพาช่องฟรีทีวีเหล่านั้นไป ตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด
ทั้งนี้ สำหรับแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการเคเบิลหรือทีวีดาวเทียม สามารถเลือกช่องที่ออกอากาศ 10 ช่องแรกได้เอง ส่วนลำดับต่อไปเป็นช่องบริการทั่วไป ตามด้วยช่องข่าวเด็ก การศึกษา กีฬาและอื่นๆ ตามลำดับ ดังนั้นการเรียงลำดับช่องในทีวีดิจิตอลจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การแข่งขันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนช่องอยู่ที่รีโมตในมือผู้บริโภค ซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ทันที แค่เริ่มต้นประมูลก็คึกคัก ต่อจากนี้ต้องจับตาไม่กะพริบ







