
ขีดแข่งขัน
หนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจ คือ ขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ซึ่งมีหลายสำนักทำหน้าที่จัดอันดับเรื่องนี้โดยใช้ตัวชี้วัดที่หลากหลาย
หนึ่งในปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจ คือ ขีดความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศ ซึ่งมีหลายสำนักทำหน้าที่จัดอันดับเรื่องนี้โดยใช้ตัวชี้วัดที่หลากหลาย
ไม่กี่วันมานี้ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เผยแพร่รายงานความสามารถในการแข่งขันปี 2556-2557 ประเทศที่เป็นแชมป์ ได้คะแนนรวมทุกด้านมากที่สุดจากบรรดา 148 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก คือ สวิตเซอร์แลนด์
เมื่อพิจารณาในภูมิภาคอาเซียน “สิงคโปร์” เป็นประเทศที่ทำผลงานได้ดีที่สุด สามารถรักษาตำแหน่งรองแชมป์โลกมาได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตามมาด้วยมาเลเซีย ในอันดับ 24 จากเดิม 25 บรูไนอยู่ที่ 26 จาก 28 ส่วนไทยอยู่อันดับ 4 ของอาเซียน โดยรั้งอันดับ 37 ของโลก ขยับขึ้น 1 ขั้น จากที่ 38 เมื่อปีก่อน
ที่น่าสนใจ คือ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทำผลงานได้โดดเด่นมากสุด โดยเฉพาะแดนอิเหนาติดโผในลำดับที่ 38 ของโลก ขยับพรวดจากอันดับ 50 ในปีที่แล้ว ส่วนแดนตากาล็อก อยู่ในอันดับ 59 จากเดิม 65
ทั้งสองประเทศทำคะแนนได้ดีทั้งในแง่การพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างงาน ทำให้ไต่อันดับขึ้นมาแบบก้าวกระโดด เมื่อเทียบจากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อปี 25492550 โดยทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ไต่เพดานขึ้นมาได้รวมประเทศละ 19 อันดับ ถือเป็นเขตเศรษฐกิจที่ทำผลงานโดดเด่นสุดๆ
สำหรับอินโดนีเซีย มีพัฒนาการในทุกๆ ด้านที่ใช้เป็นตัวชี้วัด การขยับอันดับในปีนี้ได้อานิสงส์หลักๆ จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากรัฐบาลตัดสินใจพัฒนาถนนหนทาง ท่าเรือ ระบบน้ำและไฟฟ้า ทำให้คะแนนในส่วนนี้กระโดดขึ้นมา 17 อันดับ อยู่ที่อันดับ 61
ขณะที่ฟิลิปปินส์ได้อานิสงส์จากแผนปฏิรูปของประธานาธิบดี เบนิญโญ อาควิโน ที่ปวารณาตัวเป็นรัฐบาลขาวสะอาด ถือเป็นความพยายามที่โดนใจภาคธุรกิจ เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรคลำดับต้นๆ ที่นักธุรกิจพบเจอในประเทศนี้
เมื่อพิจารณาในหมวดจริยธรรมและการคอร์รัปชั่น ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับ 87 ขยับจาก 135 ในปี 2553 และอีกหนึ่งหมวดที่แดนตากาล็อกทำผลงานดีวันดีคืน คือ นวัตกรรม ที่ขยับพรวดขึ้น 42 อันดับ คือจาก 111 ในปี 2553 มาอยู่ในอันดับ 69 ในปัจจุบัน
ส่วนประเทศอาเซียนที่เหลือ คือ เวียดนาม ปีนี้ติดโผอันดับ 70 จากปีที่แล้วอันดับ 75 ลาวมีชื่อติดโผครั้งแรกในอันดับ 81 ขณะที่กัมพูชาร่วงไปอยู่ในอันดับ 88 จากเดิม 85 และพม่าเพิ่งมีชื่อติดในทำเนียบนี้ครั้งแรกในอันดับ 139
แม้ว่าไทยจะยังคงอยู่อันดับ 4 ในกลุ่มเพื่อนอาเซียน แต่หลายประเทศกำลังเร่งเครื่องขึ้นมาติดๆ โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่หายใจรดต้นคออยู่ในขณะนี้ ปัญหาหลักๆ ของไทยที่ต้องเร่งแก้ไข มีทั้งเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบาย การทุจริต ที่เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของไทย รวมทั้งขาดความพร้อมด้านเทคโนโลยี ปัญหาเรื่องสาธารณสุขและการศึกษา ที่เป็นอุปสรรคสำคัญและฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ไทยต้องเร่งแก้ไข เพราะในบรรดา 10 ชาติอาเซียนด้วยกัน คุณภาพการศึกษาของไทยอยู่รั้งท้ายในรายงานของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม โดยอันดับ 1 ได้แก่ สิงคโปร์ ตามด้วย มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม







