
สั่งทูตพาณิชย์กลยุทธ์กู้ส่งออกไทย
โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
จากปัญหาการส่งออกสินค้าไทยที่ชะลอตัวอย่างหนัก โดย 7 เดือนแรกของปี มีมูลค่า 1.32 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพียง 0.60% เท่านั้น ทำให้นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สั่งการเร่งด่วน เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์หามาตรการผลักดันการส่งออกให้เติบโตมากสุดในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้
โพสต์ทูเดย์ ได้สัมภาษณ์ ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับภารกิจกู้การส่งออกให้ขยายตัวตามเป้า โดยยอมรับว่าจะใช้รูปแบบเดิมๆ ในการผลักดันยอดส่งออกไม่ได้แล้ว จึงได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ที่ประจำอยู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไปคิดหาโจทย์ใหม่ๆ ในการเจาะตลาด และนำแผนกิจกรรมใหม่ๆ มานำเสนอในการประชุมใหญ่ของทูตพาณิชย์วันที่ 23 ก.ย.นี้
“กิจกรรมใหม่ที่ว่านี้ จะเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ในการเจาะตลาด ที่จะเน้นตลาดที่ยังมีช่องว่างเพื่อส่งสินค้าเข้าไปขาย หรือตลาดที่ยังเติบโตได้อีก รวมทั้งการส่งออกสินค้าที่เน้นมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น”
ตัวอย่างเช่น หากเป็นตลาดสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดหลักและเติบโตต่ำ ก็ต้องหาวิธีเจาะหาเมืองรองๆ ที่ไม่ค่อยได้ส่งออกสินค้าไปขาย เพื่อทำตลาดและหากิจกรรมใหม่ๆ โปรโมตสินค้า ส่วนกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูงจะแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ตลาดที่สินค้าไทยบุกและขยายตัวเพิ่มขึ้นแล้ว เช่น จีนและอินเดีย และกลุ่มที่มีโอกาสขยายตัว แต่สินค้าไทยยังเข้าไปไม่ได้มาก เช่น แอฟริกา ทั้งสองกลุ่มนี้ต้องหากิจกรรมใหม่ๆ มาเจาะตลาด และมองให้ขาดว่าใครเป็นคู่แข่ง
สำหรับตลาดจีน การใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซจะสามารถขายสินค้าไทยผ่านเข้าไปได้อีกมาก และช่วยลดต้นทุนให้กับเอสเอ็มอีไทย ทูตพาณิชย์จึงต้องเร่งสร้างช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้อาจจะใช้ความร่วมมือกับทีวีท้องถิ่น ทำช่องช็อปชาแนล ในการบุกตลาด การใช้เทรดดิง เฟิร์ม และจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าไปยังพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้สินค้าส่งออกและกระจายไปยังเมืองรองของประเทศเป้าหมายที่ต้องการได้ เช่น จะมีการจัดตั้งไทยแลนด์มาร์ตในจีนเป็นจุดช่วยกระจายสินค้าไทยยังทุกมณฑล
ขณะที่ตลาดมีศักยภาพสูง แต่มีความเสี่ยงจนเอกชนไม่กล้าทำการค้ามากนัก เช่น ตลาดแอฟริกา รัฐจะเข้าไปอำนวยความสะดวกให้เอกชนบุกตลาดให้ได้ เช่น การตั้งจุดกระจายสินค้าให้ การตั้งศูนย์ธุรกิจในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้คำปรึกษาเอกชนในการเจาะตลาดเพิ่ม
“ยอมรับว่ากลยุทธ์หรือกิจกรรมเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลา จึงเป็นแผนระยะกลางที่กรมจะเร่งผลักดัน ส่วนระยะสั้นที่ทำได้รวดเร็วควบคู่กับแผนระยะกลาง คือ การส่งทีมบุกเจาะตลาดเฉพาะกิจ เข้าไปเป็นทัพหน้าพาภาคธุรกิจไทยออกไปบุกตลาดเพิ่มเติม” ศรีรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้ การทำงานจะต้องเป็นแบบเข้มข้น โดยกรมได้หารือกับ 4 กลุ่มภูมิภาคในการเจาะตลาดทั้งกลุ่มประเทศเอเชีย กลุ่มยุโรป และซีไอเอส กลุ่มสหรัฐและแคริบเบียน และกลุ่มละตินอเมริกา ที่มีโจทย์การทำงานแต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกัน ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในพื้นที่จะต้องทราบข้อมูลและกำหนดแผนเข้ามาส่วนกลาง เพื่อระดมสมองได้ดีที่สุด
เป้าหมาย คือ ให้การส่งออกขยายตัวได้ 7.0-7.5% หรือใกล้เคียงมากที่สุด







