posttoday
‘PTTGC’กำไรปีหน้าฟู่ฟ่า

‘PTTGC’กำไรปีหน้าฟู่ฟ่า

09 กันยายน 2556

ประกันจ่ายชดเชยจาก3อุบัติเหตุปีนี้3ธุรกิจสดใสราคาสเปรดเพิ่มขึ้น

ประกันจ่ายชดเชยจาก3อุบัติเหตุปีนี้3ธุรกิจสดใสราคาสเปรดเพิ่มขึ้น

PTTGC ชี้ 3 อุบัติเหตุกระทบผลงานปีนี้ แนวโน้มธุรกิจปิโตรโรงกลั่นยังสดใส

นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงจาก 3 ปัจจัย คือ 1.การหยุดการผลิตของโรงงานผลิต LDPE ซึ่งอยู่ระหว่างการปิดซ่อมปรับปรุง ซึ่งคาดว่ามีโอกาสที่กลับมาผลิตได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้

ปัจจัยที่ 2.กรณีท่อส่งน้ำมันดิบรั่ว ซึ่งขณะนี้สามารถกลับมาใช้งานได้ปกติและไม่มีผลกระทบต่อกำลังการผลิตรวมของบริษัท แต่ในไตรมาส 3 นี้บริษัทจะมีบันทึกการตั้งสำรองความเสียหาย โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเยียวยาความเสียหาย ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะไม่สูง และมีการทำประกันความเสียหายครอบคลุมไว้ทั้งหมดแล้ว คาดว่าจะได้รับเงินชดเชยความเสียหายจากบริษัทประกันเข้ามาในปีหน้า

ปัจจัยที่ 3 คือ ผลกระทบโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 5 หยุดการผลิตจากเหตุฟ้าผ่า ซึ่งในกรณีที่ผลกระทบรุนแรงสูงสุดจะต้องปิดซ่อมแซมเป็นระยะ 35 เดือน คาดว่าจะกระทบต่อกำไรของบริษัทสูงสุดเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 400 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวจะมีผลกระทบกับโรงงานโอเลฟินส์ทั้ง 3 แห่งของบริษัท ซึ่งมีการประกันความเสียหายจากอุบัติเหตุของผู้จำหน่ายวัตถุดิบไว้รวมทั้งสิ้น 15 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่เพียงพอครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้ทีมงานอยู่ระหว่างทำแผนด้านการผลิต ซึ่งมั่นใจว่าผลกระทบจะน้อยกว่าที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ดี หากดูภาพรวมของธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้นจากปีก่อน ทั้งธุรกิจปิโตรเคมี จากสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติก HDPE ปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,450 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบราคาเฉลี่ยของปีก่อนอยู่ที่ 1,370 เหรียญสหรัฐ และส่วนต่างผลิตภัณฑ์ราคา (สเปรด) ก็ดีขึ้นมาอยู่ที่ 540 เหรียญสหรัฐ โดยสเปรดเคยปรับขึ้นไปสูงถึง 580 เหรียญสหรัฐ เทียบกับสเปรดเฉลี่ยของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 440 เหรียญสหรัฐ จึงคาดว่าทั้งปีนี้ HDPE จะมีราคาขายไม่ต่ำกว่า 1,450 เหรียญสหรัฐ และมีสเปรดเฉลี่ยอยู่ประมาณ 550 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ด้านธุรกิจสายอะโรเมติกส์ยังมีทิศทางดีขึ้น คาดว่าสเปรดของเบนซินเฉลี่ยทั้งปีนี้จะอยู่ประมาณ 350 เหรียญสหรัฐ จากปีก่อนที่มีสเปรดเฉลี่ย 185 เหรียญสหรัฐ และสเปรดของพาราไซลีนจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 550 เหรียญสหรัฐ จากปีก่อนที่มีสเปรดเฉลี่ยราว 500 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ธุรกิจโรงกลั่นอยู่ในทิศทางที่ดี หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น ส่งผลให้ในปีนี้มีโอกาสจะมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน

สำหรับการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นเป็นผลบวกด้านอัตรากำไรดีขึ้น เนื่องจากบริษัทมีพอร์ตรายได้ทั้งหมดลิงก์กับเงินเหรียญสหรัฐ และมีเงินกู้จำนวน 1,460 เหรียญสหรัฐ

“ผลประกอบการปีนี้มีผลกระทบจาก 23 ปัจจัยที่คาดไม่ถึง แต่เงินประกันคงจะเข้าบริษัทในปีหน้า” นายปฏิภาณ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค