
ความสัมพันธ์ระหว่างเงินเฟ้อกับค่าครองชีพ
เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านก็คงเป็นเหมือนดิฉันที่อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เมื่อได้ฟังข่าวอัตราเงินเฟ้อ ชะลอลงต่อเนื่องนับจากต้นปี 2556 มาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 46 เดือน เมื่อเดือน ส.ค. โดยเงินเฟ้อในเดือน ส.ค.56 ลดลง 0.01% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ (ก.ค.56) และปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง 1.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ส.ค.55)ซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพต่างๆ เช่น ค่าทางด่วน ค่าไฟฟ้า หรือก๊าซหุงต้มที่สูงขึ้น
เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายท่านก็คงเป็นเหมือนดิฉันที่อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เมื่อได้ฟังข่าวอัตราเงินเฟ้อ ชะลอลงต่อเนื่องนับจากต้นปี 2556 มาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 46 เดือน เมื่อเดือน ส.ค. โดยเงินเฟ้อในเดือน ส.ค.56 ลดลง 0.01% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ (ก.ค.56) และปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง 1.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ส.ค.55)ซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพต่างๆ เช่น ค่าทางด่วน ค่าไฟฟ้า หรือก๊าซหุงต้มที่สูงขึ้น
คุณผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์อาจสงสัยว่า เงินเฟ้อคืออะไร ดิฉันขอเล่าให้ฟังเข้าใจง่ายๆ ว่า เงินเฟ้อเป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมีผลทำให้มูลค่าของเงินที่เราถืออยู่ลดลง อย่างเช่น เมื่อก่อนเราเคยทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ชามละ 20 บาท มีเงินแค่ 100 บาท ก็สามารถทานได้ถึง 5 ชาม แต่ปัจจุบันก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาท หากเรายังมีเงินจำนวนอยู่เท่าเดิม จะทานได้ไม่ถึง 3 ชาม หรือเมื่อก่อนเราเคยเติมน้ำมันลิตรละ 15 บาท มีเงิน 300 บาท ก็เติมได้ถึง 20 ลิตร แต่ปัจจุบันน้ำมันลิตรละ 30 บาท หากเรามีเงินอยู่เท่าเดิม ก็จะเติมน้ำมันได้แค่ 10 ลิตรเท่านั้น ซึ่งเมื่อน้ำมันแพงขึ้น ค่าขนส่งสินค้าก็สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนค่าครองชีพประชาชนต้องเพิ่มขึ้นตาม
วิธีวัดอัตราเงินเฟ้อทำโดยวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการกลุ่มหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งระดับราคาสินค้าและบริการที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ เรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price IndexCPI) ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค.56 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ส.ค.55) จะทำให้เราทราบว่า ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปแพงขึ้นหรือถูกลง
ดังนั้น การที่สินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งแพงขึ้นนั้น เรายังไม่เรียกว่า เกิดภาวะเงินเฟ้อนะคะ เพราะอาจมีสินค้าบางอย่างถูกลงด้วยในเวลาเดียวกัน แต่หากสินค้าและบริการมีราคาเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น และต่อเนื่องไปสักระยะหนึ่ง เราจึงจะเรียกว่าเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น ซึ่งกรณีที่อัตราเงินเฟ้อชะลอลงต่อเนื่อง สวนทางกับค่าครองชีพของประชาชน จึงเป็นไปได้ว่าราคาสินค้าบางอย่างถูกลง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงบางชนิด ผักและผลไม้สด หรือสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการ ขณะที่สินค้าบางอย่างที่กระทบค่าครองชีพ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ หรืออาหารสดบางประเภทมีราคาสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาจมีคำถามถึงวิธีวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการว่าสะท้อนความเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด เช่น กรณีก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท เมื่อก่อนแม่ค้าใส่ลูกชิ้นให้ 5 ลูก แต่ปัจจุบันแม้ราคาก๋วยเตี๋ยวยังขายชามละ 20 บาท เท่าเดิม แต่แม่ค้าอาจลดลูกชิ้นเหลือ 3 ลูก หรือยังให้ลูกชิ้น 5 ลูก แต่ขนาดเล็กลง ถ้าเป็นแบบนี้กระทรวงพาณิชย์จะมีวิธีการวัดอัตราเงินเฟ้ออย่างไรให้ถูกต้อง สะท้อนความจริงเศรษฐกิจได้ดีที่สุด
ดังนั้น รัฐบาลนอกจากจะต้องดูแลหรือตรึงราคาสินค้าไม่ให้สูงขึ้นแล้ว ยังต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น อันส่งผลต่อคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้นจริงๆ







