
QE กดดันเงินทุนไหลออก
สัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.30-32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นกรอบที่อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเรายังมองว่าตลาดไทยน่าจะยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากกระแสเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง เพราะยังมีประเด็นความไม่แน่นอนหลายประการที่ทำให้นักลงทุนอาจต้องการลดสถานะสินทรัพย์เสี่ยงของตนเองลงก่อนในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นในการปรับลดมาตรการ QE ของเฟด หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐออกมาส่งสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.30-32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเป็นกรอบที่อ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเรายังมองว่าตลาดไทยน่าจะยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากกระแสเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง เพราะยังมีประเด็นความไม่แน่นอนหลายประการที่ทำให้นักลงทุนอาจต้องการลดสถานะสินทรัพย์เสี่ยงของตนเองลงก่อนในช่วงนี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นในการปรับลดมาตรการ QE ของเฟด หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐออกมาส่งสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ในระยะนี้ เราคาดว่าตลาดการเงินจะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดไทยยังเผชิญกับแรงขายของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในเอเชียโดยรวมที่ดูอ่อนแอลงจากช่วงก่อนหน้า ประกอบกับกระแสเงินทุนไหลออกในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินเดียและอินโดนีเซียที่ปัจจัยพื้นฐานเปราะบางต่อเงินทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากทั้งสองประเทศพึ่งพาการลงทุนของต่างชาติจำนวนมาก ประกอบกับอินเดียเองมีวินัยทางการคลังที่ไม่ดีเท่าใดนัก เพราะขาดดุลงบประมาณมาเป็นเวลานานและต่อเนื่อง การไหลออกของเงินทุนจาก 2 ประเทศดังกล่าว ทำให้ไทยได้รับผลกระทบในเชิงลบในมุมมองของนักลงทุนตามไปด้วย หรือที่เรียกว่า Contagion Effect ที่เป็นไปแบบโดมิโน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยเอง ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจดูไม่ค่อยดีเท่าใดนัก เนื่องจากการส่งออกที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเริ่มมีสัญญาณว่าจะจบปีด้วยการขาดดุล ประกอบยังมีความไม่แน่นอนเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง ขณะที่ภาครัฐมีแนวโน้มใช้จ่ายจำนวนมากกับโครงการต่างๆ ที่จัดทำขึ้น ทำให้ไม่มีปัจจัยที่จะมาหนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ในช่วงนี้ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐและจีน รวมถึงความมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นจากยูโรโซนและญี่ปุ่น คาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าไทย และสนับสนุนโมเมนตัมการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
อย่างไรก็ดี เราได้เริ่มเห็นผลกระทบของการทำนโยบายการเงินของสหรัฐเข้ามามีผลต่ออัตราการกู้ยืมของไทยอย่างต่อเนื่อง จากการที่ต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวของรัฐบาลไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยิลด์ของพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดรอบ 3 ปี ในขณะที่ส่วนของภาคธุรกิจก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สะท้อนจากตลาดหุ้นกู้ที่เห็นต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกู้ตลาดรองที่มีปริมาณซื้อขายกันมากในสัปดาห์นี้ เป็นกลุ่มอายุประมาณ 8 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A+ อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 4.95-4.97% และกลุ่มอายุประมาณ 6 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AA อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 2.85-2.87% ส่วนกลุ่มอายุประมาณ 1.5 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ AA+ อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 3.28-3.30% ขณะที่ในตลาดแรกมีการเสนอขายหุ้นกู้ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อันดับเครดิต A อายุ 3.54 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.10-4.52% จำนวน 1,500 ล้านบาท โดยเสนอขายต่อนักลงทุนไม่เกิน 10 ราย และนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจะจับตามองในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวจากจีน โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออก การค้าปลีก รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ขณะที่จากสหรัฐมีตัวเลขการค้าปลีกและความเชื่อมั่นผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีประเด็นความคืบหน้าเรื่องซีเรียว่าผู้นำสหรัฐในสภาคองเกรสจะเห็นด้วยกับข้อเสนอของประธานาธิบดีโอบามาที่จะใช้อาวุธโจมตีซีเรียหรือไม่
ขณะที่เรามองว่าประเด็นเรื่องการปรับลดขนาดมาตรการ QE จะเป็นประเด็นหลักนำตลาดในการซื้อขายตลอดสัปดาห์นี้ไปจนถึงสัปดาห์หน้า
ค่าเงินบาท เปิดตลาดที่ระดับ 31.86 บาท/เหรียญสหรัฐ และเคลื่อนไหวในกรอบกว้างและผันผวนตลอดสัปดาห์
ปลายสัปดาห์ปรับอ่อนค่าลงอย่างมาก โดยขึ้นไปแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบสัปดาห์ที่ 32.46 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนปรับลดลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 32.37 บาท/เหรียญสหรัฐ
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3381 และปรับอ่อนค่าลงระหว่างสัปดาห์ วันศุกร์ ค่าเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.3114
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 100.09 เงินเยนอ่อนค่าลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลของสหรัฐที่ออกมาดีต่อเนื่อง วันศุกร์ อยู่ที่ระดับ 99.66 เยน/เหรียญสหรัฐ







