
ขนมผสมจิ้งหรีด
เพราะ “ธุรกิจขนม” ถือเป็นวงการที่มีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยคู่แข่งรายใหญ่ที่จับจองตลาดอยู่อย่างเต็มพื้นที่
เพราะ “ธุรกิจขนม” ถือเป็นวงการที่มีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยคู่แข่งรายใหญ่ที่จับจองตลาดอยู่อย่างเต็มพื้นที่
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการหน้าใหม่ จึงจำเป็นต้องสร้าง “จุดขาย” ที่แตกต่างผ่านทางสินค้าและบริการ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคและช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดที่ดุเดือดได้ในที่สุด
ดังเช่นกรณีของ แพทริค โครเลย์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ชาโพล อิงก์ ในรัฐยูทาห์ของสหรัฐ ที่สามารถสร้างความได้เปรียบจากคู่แข่งในตลาดขนมขบเคี้ยวชนิดแท่งอันร้อนระอุในเมืองลุงแซมได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยการนำเสนอสินค้ารูปแบบใหม่ที่แปลกแหวกแนวจากสินค้าที่มีในตลาด ซึ่งก็คือ ขนมขบเคี้ยวชนิดแท่งที่มีส่วนผสมของจิ้งหรีด!
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจขยะแขยงเมื่อได้ยิน ทว่าส่วนผสมของจิ้งหรีดในขนมที่ว่านี้ เป็นเพียงโปรตีนชนิดผงสกัดจากจิ้งหรีดเท่านั้น และที่สำคัญในปัจจุบันแนวคิด “การกินแมลง” เป็นแหล่งอาหารแห่งอนาคต ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ เนื่องจากแมลงไม่เพียงแต่เป็นแหล่งอาหารที่มีไขมันต่ำ โปรตีน และไฟเบอร์สูงแล้ว การเพาะพันธุ์แมลงยังใช้พื้นที่น้อยและมีการปล่อยก๊าชเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศน้อยกว่าการทำปศุสัตว์ชนิดอื่นอีกด้วย ดังนั้นการนำผงโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด จึงถือเป็นการสร้างจุดขายให้กับสินค้าได้อย่างทันยุคสมัยทีเดียว
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าภายหลังจากบริษัทเปิดตัวขนมขบเคี้ยวชนิดแท่งผสมจิ้งหรีดทั้งสามรสชาติ ได้แก่ เนยถั่ว ช็อกโกแลต และสมุนไพรไทยในราคาชิ้นละ 2.993.59 เหรียญสหรัฐ (ราว 92111 บาท) อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ธุรกิจขยายตัวอย่างไม่น่าเชื่อ โดยขณะนี้มีวางจำหน่ายแล้วอย่างน้อย 75 ร้านค้าปลีกใน 15 รัฐทั่วประเทศ โดยโครเลย์ คาดการณ์ว่า ยอดขายจะทะลุ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 31 ล้านบาท) ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน
“แม้ขณะนี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังกังขาเกี่ยวกับอาหารที่มีส่วนผสมของแมลง แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าต่อจากนี้สินค้าของผมจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะทันทีที่ผู้บริโภคสามารถก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ และทดลองกินแล้ว พวกเขาก็จะรู้ว่า ‘เดอะ ออริจินัล คริกเก็ต บาร์’ อร่อยเพียงใด” โครเลย์ ระบุ







