posttoday
เพิ่มพื้นที่สีเขียว

เพิ่มพื้นที่สีเขียว

06 กันยายน 2556

ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมในวันนี้ ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ภาคอุตสาหกรรม (โรงงาน) และชุมชนโดยรอบ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข

ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมในวันนี้ ก็คือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ภาคอุตสาหกรรม (โรงงาน) และชุมชนโดยรอบ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข

เพราะความเป็นจริงในวันนี้ ก็คือ โรงงานเกิดใหม่ (ตั้งใหม่) ได้ยาก เนื่องจากการประท้วงคัดค้านจากชาวบ้านหรือชุมชนโดยรอบ ด้วยเกรงว่าโรงงานจะสร้างปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อคุณภาพและวิถีการดำเนินชีวิตปกติของชุมชนหรือผู้อยู่อาศัยรอบข้าง

ความเข้าใจเช่นนี้มีผลต่อการขยาย หรือต่ออายุโรงงานอย่างมากด้วย

เหตุการณ์เช่นนี้หากยังคงยืดเยื้อต่อไป ภาคอุตสาหกรรมก็จะเติบโตและขยายตัวได้ยาก จะมีก็แต่ต้องปรับกระบวนยุทธ์กันใหม่ โดยต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

ในวันนี้ โรงงานอุตสาหกรรมจะต้องแสดงให้เห็นว่าการประกอบกิจการของตนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ในทุกรูปแบบตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบอุปกรณ์ การปรับปรุงกระบวนการผลิต การบรรจุหีบห่อ การขนส่งสินค้า เป็นต้น)

ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นกรณีศึกษาที่ดี ก็คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศสิงคโปร์ ภายใต้แนวความคิดด้านอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ณ นิคมอุตสาหกรรมจูร่ง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการผลิตและบริการที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ นิคมดังกล่าวเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมและพื้นที่สีเขียวไปพร้อมๆ กัน โดยปลูกแซมด้วยต้นไม้นานาพรรณเข้าไปอยู่ระหว่างตึกสำนักงานและอาคารโรงงานอย่างกลมกลืน เป็นอุตสาหกรรมสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับแผนการผลักดันให้ นิคม สวน เขตประกอบการอุตสาหกรรมของไทยให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Clean Tech Park โครงการใหม่ล่าสุดของสิงคโปร์ แบ่งการพัฒนาโครงการออกเป็น 3 ระยะ คาดการณ์ว่า โครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2573 และได้เปิดตัวอาคารกลุ่มแรกอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อรองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมบริการและนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีแนวความคิดที่ยึดความเป็นสีเขียว ยึดหลักความสมดุลระหว่างแผนพัฒนาเชิงพาณิชย์กับธรรมชาติ ด้วยการรักษาสภาพแวดล้อมเดิม ไม่มีการตัดต้นไม้ในพื้นที่ก่อสร้าง และยังดูแลรักษาต้นไม้ให้โตเต็มที่เพื่อลดความร้อนโดยรอบ อีกทั้งคำนึงถึงการออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ นำลมธรรมชาติมาใช้ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ นอกจากนี้ ยังติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามาใช้ในอาคารด้วย

Clean Tech Park จึงเป็นศูนย์รวมบริษัทเอกชนของสิงคโปร์ ซึ่งมีการวางยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อช่วยในการวิจัยและพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

Clean Tech Park จึงเน้นการเพิ่ม “พื้นที่สีเขียว” (ต้นไม้) เข้าไปให้แทรกอยู่ในตึกอย่างเป็นระเบียบ เพิ่มความร่มรื่นและเยือกเย็น พร้อม ๆ กับการประหยัดพลังงานด้วย

ส่วนประเทศไทยก็มีการดำเนินโครงการคล้ายกับ Clean Tech Park โดยพัฒนานิคมอุตสาหกรรมบริการ “Thai Diamond City” ณ จ.เพชรบุรี พื้นที่ 1,000 ไร่ โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับบริษัท เพชรไทยพัฒนา พัฒนารูปแบบนิคมประเภทธุรกิจบริการ เช่น ศูนย์การแพทย์ สถาบันศึกษา สนามกอล์ฟ และกิจการโลจิสติกส์ เป็นต้น ให้สามารถดำเนินการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้ โดยผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เนื่องจากการอยู่ร่วมกันในลักษณะของนิคมอุตสาหกรรมจะเอื้อให้เกิดการส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน หรือแม้แต่ในประเภทกิจการที่แตกต่างกัน

ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรม มีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป็น 2 ระดับ คือ อุตสาหกรรมสีเขียว (5 ระดับตัวชี้วัด) และอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (5 มิติ และ 22 เกณฑ์ชี้วัด) ถึงวันนี้มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนกว่า 6,000 ราย

สำหรับระดับโรงงานอุตสาหกรรมนั้นจะพัฒนาเข้าสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry: GI) ใน 5 ระดับที่แตกต่างกัน

ส่วนระดับนิคมอุตสาหกรรมนั้นจะพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยความร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ ทั้งโรงงาน ชุมชน และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเป็น “นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและเครือข่าย” (Eco Industrial Estate & Networks)

ขณะนี้ การพัฒนาอยู่ระยะที่ 1 คือ การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนำร่อง (ปี พ.ศ. 25532557) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างน้อยปีละ 3 นิคม รวม 15 นิคม โดยในปี 2556 ได้ดำเนินการที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง บางพลี และบางปะอิน ที่ผ่านมาได้พัฒนานิคมฯ ต่างๆ เข้าสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศไปแล้ว 12 แห่ง ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมของทุกประเทศ ต่างก็มุ่งสู่อุตสาหกรรมเป็นสีเขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

แนวความคิดในเรื่องของ Clean Tech Park ของสิงคโปร์ และนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของไทย ต่างก็มุ่งหมายสู่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เพื่อให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เติบโตไปพร้อมๆ กัน ครับผม!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน