
ตัดขาดทุนด้วย Stop Order
เมื่อซื้อขายใน TFEX แล้วราคาไม่เป็นไปในทิศทางที่ต้องการหรือเกิดผลขาดทุนขึ้น ผู้ลงทุนอาจต้องตัดใจปิดสถานะสัญญาลง โดยยอมขาดทุนในระดับหนึ่ง หรือที่เราเรียกว่า Stop Loss นั่นเอง ซึ่งนอกจากการ Stop Loss ด้วยการส่งคำสั่งด้วยตัวเองแล้ว TFEX ก็มีเงื่อนไขคำสั่งที่มีจุดมุ่งหมายในลักษณะเดียวกัน นั่นก็คือ Stop Order ซึ่งจะช่วยให้ท่านผู้ลงทุนสามารถ Cut Loss ได้ตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องติดตามตลาดตลอดเวลาครับ
เมื่อซื้อขายใน TFEX แล้วราคาไม่เป็นไปในทิศทางที่ต้องการหรือเกิดผลขาดทุนขึ้น ผู้ลงทุนอาจต้องตัดใจปิดสถานะสัญญาลง โดยยอมขาดทุนในระดับหนึ่ง หรือที่เราเรียกว่า Stop Loss นั่นเอง ซึ่งนอกจากการ Stop Loss ด้วยการส่งคำสั่งด้วยตัวเองแล้ว TFEX ก็มีเงื่อนไขคำสั่งที่มีจุดมุ่งหมายในลักษณะเดียวกัน นั่นก็คือ Stop Order ซึ่งจะช่วยให้ท่านผู้ลงทุนสามารถ Cut Loss ได้ตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องติดตามตลาดตลอดเวลาครับ
Stop Order เป็นการส่งคำสั่งซื้อหรือขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แบบที่มีผลให้คำสั่งเสนอซื้อขายนั้นเสมือนถูกหยุดพักรออยู่ในระบบซื้อขายของ TFEX เป็นการชั่วคราว จนกว่าเงื่อนไขด้านราคาที่ระบุไว้ในคำสั่งเป็นไปตามที่กำหนด จึงจะทำให้คำสั่งเสนอซื้อขายดังกล่าวมีผลในระบบการซื้อขายเพื่อรอการจับคู่ต่อไป จึงอาจกล่าวได้ว่า Stop Order เป็นเงื่อนไขที่กำหนดว่าเมื่อใดคำสั่งเสนอซื้อขาย จึงจะมีผลในระบบการซื้อขายนั่นเอง
องค์ประกอบของคำสั่งแบบ Stop Order สามารถแยกได้เป็น 2 ส่วนด้วยกัน โดยส่วนที่หนึ่งคือ ส่วนที่เป็นเงื่อนไขว่าเมื่อใดจะให้ส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบที่เรียกว่า Stop Condition ซึ่งจะกำหนดเป็นระดับราคาครับ ส่วนที่สอง เป็นส่วนที่เรียกว่า Stop Price ซึ่งก็คือ ส่วนที่เป็น Order จริงที่จะถูกส่งเข้าไปในระบบซื้อขาย ในส่วนนี้จึงเป็นการระบุเหมือนการส่งคำสั่งทั่วไปที่ต้องระบุว่าต้องการซื้อหรือขายสัญญาใด ที่ราคา และปริมาณเท่าไร รวมถึงเงื่อนไขด้านเวลาอื่นๆ เช่น Day, Good till Date หรือ Good till Expiration เป็นต้น โดยผู้ลงทุนต้องระบุรายละเอียดทั้งสองส่วนให้ครบถ้วนก่อนส่งคำสั่ง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง เช่น ผู้ลงทุนมีสถานะซื้อใน USD Futures สัญญาที่ครบกำหนดเดือน ก.ย. 2556 (USDU13) จำนวน 10 สัญญา ที่ราคา 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และกังวลว่าหากอัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวลดลงจะขาดทุนได้ จึงตั้งคำสั่งขายเพื่อปิดสถานะ แต่เป็นคำสั่งที่มีเงื่อนไข Stop Condition โดยให้เป็นการส่งคำสั่งขาย ณ ราคาตลาด เข้าไปในระบบซื้อขายเมื่อราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด (Best Bid) ของ USDU13 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คำสั่งเสนอขายดังกล่าวจะยังไม่ถูกการจัดลำดับในระบบการซื้อขายของ TFEX จนกว่าเงื่อนไขระดับราคาที่กำหนดไว้ใน Stop Condition จะเป็นจริง นั่นคือ เมื่อราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด (Best Bid) ของสัญญา USDU13 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จึงจะทำให้คำสั่งเสนอซื้อดังกล่าวแสดงผลในระบบการซื้อขาย
ทั้งนี้ ในการกำหนดราคา Stop Price หรือราคาซื้อขายที่ต้องการนั้น ผู้ลงทุนสามารถทำได้ทั้งในลักษณะของการกำหนดราคาที่แน่นอนในลักษณะแบบเดียวกับ Limit Order หรือกำหนดให้ซื้อขาย ณ ราคาเสนอซื้อขายที่ดีที่สุดในขณะนั้น หรือ Market Order ก็ได้ โดยกรณีที่มีการระบุราคาซื้อขายจะเรียกว่าคำสั่งประเภท Stop Limit Order ส่วนในกรณีที่ระบุให้ซื้อหรือขาย ณ ราคาเสนอซื้อขายในขณะนั้นจะเรียกว่า Stop Order ครับ
สำหรับเงื่อนไข Stop Condition ว่าเมื่อใดคำสั่งซื้อขายจึงจะมีผลในระบบการซื้อขายนั้น เราสามารถกำหนดได้ในหลายลักษณะ ตัวอย่างเช่น ให้คำสั่งมีผลเมื่อราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด (Best Bid) มากกว่าหรือเท่ากับ ราคาที่กำหนด (Stop Price) หรือให้คำสั่งมีผลในระบบเมื่อราคาเสนอขายที่ดีที่สุด (Best Ask) น้อยกว่าหรือเท่ากับราคาที่กำหนด (Stop Price) หรือให้คำสั่งมีผลในระบบเมื่อราคาซื้อขายล่าสุด (Last) มากกว่าหรือเท่ากับราคาที่กำหนด (Stop Price) เป็นต้น
ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากคำสั่งแบบ Stop Order เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้กลยุทธ์ซื้อขายได้ทั้งในกรณีที่ต้องการ Cut Loss สำหรับสถานะเดิมที่เปิดไว้แล้ว หรือต้องการสร้างสถานะใหม่โดยให้ซื้อหรือขายเมื่อราคาเป็นไปตามที่กำหนด หรือว่าจะใช้ปิดสถานะหากได้กำไรถึงระดับที่ต้องการก็ได้ครับ คำสั่ง Stop Order จึงถือเป็นคำสั่งที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะแม้ว่าผู้ลงทุนจะไม่สามารถเฝ้าหน้าจอทั้งวัน ก็สามารถวางแผนการซื้อขายได้ล่วงหน้าครับ







