
ทางรอดเครื่องใช้ไฟฟ้าชูเทคโนโลยี-รัฐหนุนลงทุน
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในหลายอุตสาหกรรม
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในหลายอุตสาหกรรม และหนึ่งในกลุ่มที่ถูกกระทบมาก คือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งครึ่งปีแรกหดตัวไป 2% โดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอ นิกส์คาดว่าการส่งออกทั้งปีจะหดตัว 3%
ทั้งนี้ เพราะคู่ค้าในสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทย 2 อันดับแรก คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา และจีน ล้วนแต่ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนที่เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมนี้กับทั้งภูมิภาคอาเซียน ก็กำลังมีเศรษฐกิจที่ชะลอลงอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม นอกจากกำลังซื้อของคู่ค้าต่างประเทศที่อ่อนตัวลงแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่ท้าทายผู้ผลิตไทยในฐานะห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของโลกนั่นคือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค
พีระ เจริญพร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสถาบันไฟฟ้าฯ ได้จัดโครงการศึกษาการกำหนดตำแหน่งและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยกับเออีซีและภูมิภาคที่สำคัญขึ้น โดยกล่าวว่า แม้การผลิตไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในไทยยังถือเป็นผู้นำอยู่ แต่เป็นการนำในกลุ่มสินค้าที่กำลังถดถอยมีการเติบโตต่ำ และไม่ได้มีการลงทุนใหม่ โดยสินค้าที่ประเทศไทยผลิตมากในปัจจุบัน คือ กลุ่มประมวลผลข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนประกอบต่างๆ ระบบควบคุมและเครื่องมือวัด ขณะที่อิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือน โทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ยังผลิตค่อนข้างน้อย
สำหรับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยจำเป็นต้องมองไปที่การผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนไป ในขณะที่แนวโน้มการลงทุนนั้นจากการระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญพบว่ากิจการส่วนใหญ่ยังเน้นจะเติบโตและขยายฐานการผลิตในไทยมากกว่าออกไปประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ เพราะขนาดตลาดยังเล็กไม่ว่าจะเป็นลาวหรือกัมพูชา เวียดนามและพม่า ยังไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยประเทศกลุ่มนี้มีชายแดนติดไทยสามารถส่งสินค้าเข้าไปได้สะดวก ไม่จำเป็นต้องย้ายฐานผลิตเข้าไป ส่วนอินโดนีเซีย จีน และอินเดีย เป็นประเทศที่น่าสนใจแต่ยังมีความเสี่ยงในการเข้าไปลงทุน
“ปัจจุบันจีนและอาเซียนมีบทบาทมากขึ้นในการผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังตลาดโลก และไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต การขยับขึ้นของฐานการผลิตในห่วงโซ่การผลิตเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของอุตสาหกรรมไทย”
พีระ กล่าวว่า จากการประเมินรายกลุ่มสินค้าแล้วพบแนวโน้มทั้งตลาดและเทคโนโลยีที่แตกต่างกันที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสนใจ โดยกลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าพบว่าตลาดที่มีศักยภาพต้องการสินค้ามีทั้งอาเซียน ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก มีแนวโน้มเทคโนโลยีที่เน้นไปที่การประหยัดพลังงาน ระบบสมองกล และแอลอีดีแอพพลิเคชัน ทำให้จุดที่ผู้ผลิตต้องพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงความก้าวหน้าของอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มคุณค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ยกขีดความสามารถในการออกแบบมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นสูง สามารถเป็นผู้ผลิตตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง
ขณะที่กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พบว่า นอกจากอาเซียน เอเชียตะวันออกแล้ว สหรัฐอเมริกาใต้และแอฟริกาก็เป็นตลาดที่มีศักยภาพ ทิศทางเทคโนโลยีเน้นการใช้พาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี และไมโครเทคโนโลยี ส่วนที่ต้องการการสนับสนุนมากขึ้นคือช่วยเหลือผู้ผลิตชิ้นส่วนในรูปแบบของคลัสเตอร์ และเน้นการยกระดับให้ไทยเป็นผู้ผลิตที่ให้บริการโซลูชัน
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าผู้ประกอบการเห็นว่าเทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ต้องกังวล แต่ที่ต้องปรับคือเทคโนโลยีการผลิต เช่น การผลิตแบบล็อตเล็กๆ วิศวกรรมด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีทักษะในการพลิกแพลง สร้างความยืดหยุ่น ให้สายการผลิตหลากหลายในสายการผลิตเดียว โดยขณะนี้ผู้ประกอบการรับจ้างผลิตจากญี่ปุ่น เริ่มมีการปรับปรุงขีดความสามารถในการผลิตไปในทิศทางดังกล่าว โดยเข้าไปดูในด้านโปรดักต์ดีไซน์มากขึ้น
นอกจากนั้น ภาครัฐควรมีมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งเชิงรุกและรับ การช่วยเหลือด้านการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีศักยภาพใหม่ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเจาะตลาดเฉพาะและถอนตัวจากผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหา







