
SME มอนิเตอร์
กัมปาลา — ชาร์ลส์ บริเวอร์ กรรมการผู้จัดการของดีเอชแอล บริษัทโลจิสติกส์ชื่อดังสัญชาติเยอรมัน เปิดหลักสูตรพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้แก่ธุรกิจในประเทศอูกันดาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอแนะว่าเอสเอ็มอีควรยกระดับตัวเองขึ้นเป็นธุรกิจระดับชาติเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ทั้งนี้ บริเวอร์วิเคราะห์ว่าภูมิภาคแอฟริกาเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูง แต่ยังขาดปัจจัยด้านสาธารณูปโภค ส่งผลให้บรรษัทข้ามชาติต่างๆ มองข้ามการลงทุนในภูมิภาคนี้ไป ทางออกที่ดีคือการเสริมความเข้มแข็งของธุรกิจท้องถิ่น ขณะที่อุปสรรคที่สำคัญของเอสเอ็มอีคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ในการทำธุรกิจ และการสนับสนุนจากภาครัฐบาล
กัมปาลา — ชาร์ลส์ บริเวอร์ กรรมการผู้จัดการของดีเอชแอล บริษัทโลจิสติกส์ชื่อดังสัญชาติเยอรมัน เปิดหลักสูตรพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้แก่ธุรกิจในประเทศอูกันดาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมเสนอแนะว่าเอสเอ็มอีควรยกระดับตัวเองขึ้นเป็นธุรกิจระดับชาติเพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ทั้งนี้ บริเวอร์วิเคราะห์ว่าภูมิภาคแอฟริกาเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูง แต่ยังขาดปัจจัยด้านสาธารณูปโภค ส่งผลให้บรรษัทข้ามชาติต่างๆ มองข้ามการลงทุนในภูมิภาคนี้ไป ทางออกที่ดีคือการเสริมความเข้มแข็งของธุรกิจท้องถิ่น ขณะที่อุปสรรคที่สำคัญของเอสเอ็มอีคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ในการทำธุรกิจ และการสนับสนุนจากภาครัฐบาล
ลอนดอน — ศาสตราจารย์แอนดี ฮอปเปอร์ ประธานสถาบันวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (ไออีที) ของอังกฤษ เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศ อนุญาตให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยได้โดยแลกกับค่าใช้จ่ายย่อมเยา หรือการให้ส่วนแบ่งทางการตลาดแก่มหาวิทยาลัย 12% โดยฮอปเปอร์ให้เหตุผลว่า การที่มหาวิทยาลัยใช้เงินภาษีหมดไปกับการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีมีสิทธิอันชอบธรรมในการเข้าถึงทรัพย์สินนี้ ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลกำลังพิจารณานโยบายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเอสเอ็มอีประเภทเทคโนโลยีรอบกรุงลอนดอน
นิวเดลี — ทางการรัฐพิหารในอินเดีย ประกาศรับรองแผนพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนด้านการเงินและองค์ความรู้เรื่องการจัดการแก่ผู้ประกอบการ บราเจช เมห์โรตรา ปลัดกระทรวงความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กล่าวว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีของอินเดียในปัจจุบันยังขาดการฝึกอบรมบุคลากรและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้นรัฐบาลจึงจัดตั้งศูนย์บริการทั่วไป(ซีเอสซี) ที่บริการให้ความรู้เรื่องการประกอบธุรกิจแก่เอสเอ็มอีในเขตพื้นที่รับผิดชอบเฉพาะ โดยกลุ่มผู้สนใจต้องรวมตัวจัดตั้งเป็นนิติบุคคลก่อนนำชื่อมาลงทะเบียนกับซีเอสซีเพื่อรับสิทธิในการลดหย่อนภาษีและรับเงินสนับสนุนกว่า 90% หรือไม่เกิน 100 ล้านรูปี (ราว 49ล้านบาท) ในแต่ละหน่วยย่อย







