posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

03 กันยายน 2556

ชูไทยผู้นำอุตฯ อากาศยาน

ชูไทยผู้นำอุตฯ อากาศยาน

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า ที่จะทำให้ประเทศเติบโตและเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยอุตสาหกรรมอากาศยานและการบินถือเป็น 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคมจะร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ประเทศสิงคโปร์มีปัจจัยความได้เปรียบทางธุรกิจมากกว่าประเทศอื่นในภูมภาคนี้ เนื่องจาก 1. สิงคโปร์มีระบบพิธีการศุลกากรที่รวดเร็วมาก ซึ่งอุตสาหกรรมนี้แข่งกันที่เวลาเป็นสำคัญ โดยทุกชั่วโมงที่จอดรถหมายถึงเงินจำนวนมากที่ต้องเสียไป 2.สิงคโปร์ มีความได้เปรียบตรงที่มีพื้นฐานเป็น เทรดเดอร์ ในภูมิภาคและของโลก สามารถหาชิ้นส่วนได้เกือบทั้งหมดภายในประเทศ และ.3. สิงคโปร์จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยาน และการบินขึ้นเป็นการเฉพาะที่ Seletar Aerospace Parkเนื่องจากตลาดอุตสาหกรรมอากาศยานและการบินมีมูลค่าสูง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตจากสหรัฐและยุโรปมายังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อต้องการลดต้นทุนการผลิต โดยประเทศที่ได้รับความสนใจในการลงทุนได้แก่ ไทย สิงคโปร์ จีน ออสเตรเลีย ไต้หวัน และมาเลเซีย ที่ผ่านมาธุรกิจอากาศยานและการบินในประเทศไทยเติบโตอย่างไม่สมดุลโดยมีการขยายตัวอย่างมากในธุรกิจสายการบินเท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม มีความเห็นร่วมกันว่า จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพดีที่สุดสำหรับการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

ทุ่ม 70 ล้านจดเครื่องหมายการค้า

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท ในการลงทุนพัฒนาระบบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อให้บริการประชาชนด้วยความรวดเร็ว และรองรับการเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

ทั้งนี้ คาดว่าระบบจะใช้ได้สมบูรณ์เดือน ก.ค. 2557 นี้ ซึ่งจะทำให้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารวดเร็วขึ้นจาก 12-16 เดือน เหลือระยะเวลาเพียง 6 เดือน สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ลดจาก 48-60 เดือน เหลือ 24 เดือน อนุสิทธิบัตรลดจาก 12 เดือน เหลือ 6 เดือน และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ลดจาก 18 เดือน เหลือ 12 เดือน และคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กรมปีละ 15% หรือคิดเป็นเงิน 60 ล้านบาทต่อปี

ท่องเที่ยวรุ่งสวนกระแสเศรษฐกิจ

โลกถดถอยแนะเปิดตลาดใหม่ทดแทน ระบุจุดอ่อนการเมืองในประเทศทำต่างชาติเดินทางหด แนะเร่งทำวีซ่าอาเซียนรับมือนักท่องเที่ยวเดินทาง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะถดถอยในแถบยุโรปและอเมริกา รวมถึงค่าเงินในหลายประเทศ อย่างอินเดีย และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักของไทย มีอัตราอ่อนค่าลง แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ วัดได้จากครึ่งปีแรกตลาดยุโรปมีอัตราการเติบโต 20% เทียบกับปีที่ผ่านมา เอเชียตะวันออกเติบโต 50% และตลาดอาเซียนเติบโต 20% ทั้งนี้ เพราะประเทศไทยมีสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย สถานที่ตั้งประเทศเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางไปยังประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หน่วยงานภาครัฐควรวางแผนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางร่วมกับระหว่างชาติอาเซียน โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) เชื่อมต่อการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการเมืองภายในประเทศ จะเป็นปัจจัยที่จะกระทบต่อการท่องเที่ยว

ไทยมองว่า เป็น ม็อบสวนยาง ที่เริ่มความรุนแรง โดยต้องจับตาว่าเดือนก.ย.ต.ค.นี้ สถานการณ์ทางการเมืองไทยจะมีอะไรรุนแรงหรือไม่ ขณะที่ปัจจัยที่จะกระทบให้คนไทยเกิดความวิตกกังวลและชะลอการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ใน 3 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาการเมือง สภาวะเศรษฐกิจประเทศถดถอยและปัญหาค่าครองชีพพุ่งด้านนายสมชาย ภคภาสน์นิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องเร่งลงทุนเรื่องสาธารณูปโภค โรงแรมที่พัก รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านอาหารไทย เพราะปัจจุบันทั่วโลกให้ความนิยมรับประทาน เนื่องจากกระแสการรักษาสุขภาพ ซึ่งเชื่อว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า อาหารไทยจะติดอันดับความนิยม 1 ใน 3 ของโลก

นอกจากนี้ควรส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวล้านนาให้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวล้านนาประเทศอื่นๆ เพื่อนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆต่อชาติอาเซียน การหาตบาดท่องเที่ยวใหม่ทดแทนตลาดที่ลดลง เป็นต้น ซึ่งมองว่าประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียน

นายสมชาย กล่าวว่า รัฐบาลควรร่วมมือกับประเทศอาเซียน วางแผนการทำวีซ่าอาเซียนร่วมกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว สามารถเดินทางระหว่างกันได้ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับวีซ่าเชงเก้ลของกลุ่มยุโรป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน