
SPGโชว์กำไรทุ่มซื้อคลังก๊าซเมืองนอก
SGP ลั่นผลงานไตรมาส 3 พลิกกำไร ระบุใน 2-3 เดือน จ่อซื้อคลังก๊าซแอลพีจีมูลค่ากว่า 100 ล้าน
SGP ลั่นผลงานไตรมาส 3 พลิกกำไร ระบุใน 2-3 เดือน จ่อซื้อคลังก๊าซแอลพีจีมูลค่ากว่า 100 ล้าน
นางจินตนา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า คาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 นี้ จะเริ่มพลิกกลับมามีกำไร หลังจากในช่วง 6 เดือนของปีนี้ ที่มีผลขาดทุนจำนวน 136 ล้านบาท จากผลกระทบขาดทุนสต๊อกราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องมากถึงประมาณ 266 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (ธ.ค. 2555-มิ.ย. 2556)
สำหรับไตรมาส 3 นี้ บริษัทได้รับปัจจัยบวกราคาแอลพีจีในตลาดโลกเริ่มมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนประมาณ 100 เหรียญสหรัฐต่อตัน และยังมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากมีความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจจำหน่ายแอลพีจีในต่างประเทศให้มีอัตรากำไรสูงขึ้นและดีกว่าในประเทศ
ทั้งนี้ ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศเพิ่มเป็นเกือบ 50% ของยอดขายที่เป็นปริมาณตัน ใกล้เคียงกับยอดขายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีการขายแอลพีจีรวมที่ประมาณ 2.4 ล้านตัน หลังจากบริษัทมีธุรกิจในต่างประเทศจำนวน 4 แห่ง คือ จีน เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ และต้นทุนราคาแอลพีจีที่สูงได้หมดไปในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
นางจินตนา ยอมรับว่า กำไรในปีนี้จะเติบโตต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ เป็นผลจากการขาดทุนจากสต๊อกแอลพีจีในช่วงครึ่งปีแรกดังกล่าว ส่งผลให้กำไรในปีนี้จะดีขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย หรืออาจใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีกำไร 817 ล้านบาท
ขณะที่รายได้รวมทั้งปีนี้ยังมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจัยหลักมาจากบริษัทเริ่มมีการขยายออกไปลงทุนต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อคลังก๊าซ 1 แห่ง อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งมีประเทศเป้าหมายการลงทุน ได้แก่ กัมพูชา พม่า อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 23 เดือนนี้ คาดว่าจะใช้งบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท
งบลงทุนจะมาจากกระแสเงินสด หรือกำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่ายภาษี และค่าเสื่อม (อีบิตดา) ที่ทำได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี และยังมีแผนที่จะลงทุนซื้อกิจการคลังแอลพีจีเพิ่มให้ครบในทุกประเทศเป้าหมายดังกล่าวด้วย
ด้านแผนขยายสาขาสถานีบริการจำหน่ายแอลพีจีในประเทศ ต้องการจะเปิดให้ครบ 40 แห่งภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มี 33 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนต่อแห่งไม่สูง ราว 10 ล้านบาทต่อแห่ง เพราะเป็นการลงทุนโดยรูปแบบเช่าพื้นที่เป็นส่วนใหญ่
นายภูวดล วสุธาร ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ SGP คาดว่า แนวโน้มราคาขายแอลพีจีในตลาดโลกในช่วงไตรมาส 34 นี้ จะยังเป็นช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 862 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขยับขึ้นจาก ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 757 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ประเด็นหลักจะมาจากปัจจัยต่างประเทศที่ส่งผลบวกอย่างชัดเจนจากที่ได้เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้







