
ไทยวิวัฒน์รับประกันภัยโคนม
นำร่องกับกลุ่มสหกรณ์ท่าม่วง5พันตัวจ่ายเบี้ยแค่268บาทตายให้ตัวละ2หมื่นบาท
นำร่องกับกลุ่มสหกรณ์ท่าม่วง5พันตัวจ่ายเบี้ยแค่268บาทตายให้ตัวละ2หมื่นบาท
ไทยวิวัฒน์นำร่องขยายงานสินค้าเกษตร รับประกันโคนม ตายจ่ายให้ตัวละ 2 หมื่น คิดเบี้ย 268 บาท
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ และประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำโครงการนำร่องตัวใหม่ ด้วยการรับประกันภัยโคนมให้กับสหกรณ์โคนมท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จำนวน 5,000 ตัว จ่ายเบี้ยตัวละ 268 บาท โดยให้ความคุ้มครองการตายของโคนมทุกรณี ด้วยทุนประกันตัวละ 2 หมื่นบาท เพื่อที่จะขยายการรับประกันสินค้าภาคเกษตรให้มากขึ้น
นายจีรพันธ์ กล่าวว่า หากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุมัติกรมธรรม์ดังกล่าวก็สามารถดำเนินการรับประกันได้ทันที และนำเรื่องเสนอไปยังสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อเชิญชวนให้บริษัทอื่นมาเข้าร่วมโครงการต่อไป
นอกจากนี้ ทางกระทรวงการคลังยังได้ขอความร่วมมือมายังสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อให้ขยายโครงการประกันภัยข้าวนาปีในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2557 เพิ่มพื้นที่เป็น 60 ล้านไร่ ซึ่งทางสมาคมได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ดให้มาศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการรับประกันภัยแล้ว เนื่องจากมีการขยายพื้นที่รับประกันเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการปรับเงื่อนไขการรับประกันภัยใหม่
สำหรับประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2556/2557 ได้เปิดขายไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ และบริษัท ทิพยประกันภัย เป็นผู้รับประกัน โดยตั้งเป้าขายทั้งโครงการอยู่ที่ 1.5 ล้านไร่
“ทางคลังให้โจทย์มาว่า ปี 2557 อยากให้ธุรกิจประกันรับความเสี่ยงในการประกันรับประกันภัยข้าวทั้งหมด ซึ่งเราก็ยินดี และหากมีพื้นที่รับประกันเพิ่มขึ้น ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงทางหนึ่ง และจะทำให้มีบริษัทเข้ามาร่วมโครงการมากขึ้น ขณะที่รีอินชัวเรอส์หรือประกันภัยต่อต่างประเทศก็พร้อมรับงานอยู่แล้ว หากได้ราคาเบี้ยที่เหมาะสม” นายจีรพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ธุรกิจประกันภัยยังได้กลับมารับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามดัชนีน้ำฝนอีกครั้ง
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า หากมีการรับประกันภัยข้าวเป็น 60 ล้านไร่ ก็จะเป็นการกระจายความเสี่ยง ซึ่งจะทำให้เบี้ยที่เกษตรกรและรัฐบาลต้องจ่ายถูกลงได้ ขณะเดียวกันบริษัทประกันก็จะกล้าเข้ามารับประกันภัยข้าวมากขึ้น จากที่มีอยู่เพียง 2 บริษัท ส่วนประกันภัยโคนมนั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณา







