posttoday
โค้ชตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ

โค้ชตัวเองด้วยวิธีง่ายๆ

02 กันยายน 2556

โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

อังคณาลักษณ์ จงจิต Head of Coaching บริษัท ออคิด สลิงชอท กล่าวว่า การโค้ชตัวต่อตัว (One on One Coaching) เป็นการพัฒนาศักยภาพอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดีสุด เพราะเปรียบง่ายๆ ถ้าการพัฒนาเหมือนการตัดเสื้อผ้า การโค้ชก็จัดเป็นการพัฒนาได้ตรงจุด เพราะเป็นการพัฒนาที่ตัดเย็บเฉพาะตัวให้เหมาะสมกับเจ้าของเสื้อผ้านั้น โค้ชก็ไม่ต่างกับนักออกแบบและตัดเย็บชุด ที่ต้องดึงเอาจุดเด่นของคนสวมใส่ออกมาและปิดหรือเสริมจุดด้อยเพื่อให้คนใส่สวยงาม สง่าที่สุด แต่ยิ่งได้ผลดีมากเท่าไหร่ สิ่งที่ตามมาคือราคาที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน แม้ว่าจะคุ้มค่าก็ตาม และองค์กรก็อาจจะไม่ได้พัฒนาพนักงานทุกคนด้วยวิธีนี้ ดังนั้นโค้ชเจี๊ยบขอเสนอ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการโค้ชตนเอง หรือจะนำไปโค้ชลูกทีมก็ได้เช่นกัน

Start ที่เป้าหมาย สำคัญที่สุดก่อนเดินทาง คือ ต้องรู้ว่าเราจะเดินทางไปไหน คุณต้องถามตัวเองว่า เป้าหมายของการโค้ชตัวเองหรือโค้ชลูกทีมครั้งนี้คืออะไร เพื่อให้มีโฟกัสในการโค้ชที่ถูกต้อง ไม่หลงทิศระหว่างทาง ลองตั้งคำถามง่ายๆ เช่น

วัตถุประสงค์ในการโค้ชครั้งนี้คืออะไร

อยากเห็นผลลัพธ์เป็นอย่างไร

แล้วเรื่องนี้เป็นปัญหากับคุณอย่างไร (เพื่อเช็กความสำคัญของเรื่องที่โค้ช)

Score แต่ละเป้าหมาย หลังจากนั้นลองถามถึงคะแนนในแต่ละเป้าหมาย ในแต่ละเรื่องดูนะคะ โดยใช้คำถามว่า

ให้คะแนนเรื่องนี้เท่าไหร่

คะแนนที่ให้คืออะไร และถ้าจะให้ได้คะแนนเต็มต้องทำอย่างไรบ้าง

ยังขาดอะไร

ใครจะช่วยให้คุณได้คะแนนเต็มได้บ้าง

Star, Stop and Stay (Continue) คราวนี้ทำ Action Plan แบบง่ายๆ ดู โดยมีโครงในการทำ คือ

Start คือ พฤติกรรมใดที่เรายังไม่ได้ทำเพื่อเขียนเป็น Action Plan Stop คือ พฤติกรรมใดที่ควรหยุดเพื่อให้เราก้าวหน้ามากขึ้น Stay (Continue) คือ พฤติกรรมใดที่ทำได้ดีบ้าง ชื่นชมความสำเร็จเพื่อให้คงและพัฒนาพฤติกรรมนั้นต่อไป ลองทำดูง่ายๆ

ประกายความคิด

อนาคตเป็นเรื่องที่ต้องคิด ชีวิตเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา ปัญหาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข จิตเป็นเรื่องที่ต้องระวัง

ความมีประสิทธิผลในโลกธุรกิจไร้พรมแดน

เราทุกคนคงทราบดีว่าโลกของเราเป็นตลาดที่ไร้พรมแดน โดยหากเราพิจารณาเศรษฐกิจไทยดู ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการค้าสากลมีความสำคัญมากขนาดไหนต่อเศรษฐกิจของประเทศ การเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของเทคโนโลยี การเมือง และสังคม ต่างก็ทำให้แต่ละประเทศทั่วโลกมีความสำคัญต่อกันและกันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเกิด AEC องค์กรธุรกิจในปัจจุบันจะต้องเริ่มมองตนเองในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจโลก และเข้าใจว่าบุคลากรของตนจะต้องมีความสามารถที่จำเป็นต่อการเติบโตในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเช่นนี้ไม่ว่าจะเพียงในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก็ตาม

ริชาร์ด กิลแมน จากบริษัท APMG roup กล่าวว่า สิ่งต่อไปที่จำเป็นต้องพิจารณาก็คือ บุคลากรของเราจะต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง มีงานวิจัยในหัวข้อนี้เป็นจำนวนมากที่ให้ข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ และโดยส่วนใหญ่แล้วข้อเสนอแนะเหล่านี้ก็จะเกี่ยวข้องกับความสามารถหลัก 3 ประการ หรือที่มักเรียกกันว่า “มุมมองแบบสากล” ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้

1.ความเข้าใจในธุรกิจ : หรือความเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของธุรกิจในระดับสากล ในระดับที่เพียงพอสำหรับการทำงานในโลกธุรกิจไร้พรมแดน ซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่าเศรษฐกิจระดับชาติ อันเนื่องมาจากตัวแปรที่หลากหลายกว่ากันอย่างมหาศาล ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลทั้งในรูปแบบตัวอักษรและตัวเลข การทำความเข้าใจชุดข้อมูลที่ซับซ้อนและดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกัน การมีมุมมองที่กว้างและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นต่อสถานการณ์ต่างๆ และการเปิดกว้างรับแนวความคิดหลายรูปแบบ ล้วนถือเป็นคุณลักษณะสำคัญของผู้ที่สามารถปฏิบัติงานได้ในยุคเศรษฐกิจแบบไร้พรมแดนนี้

2.ความสามารถด้านสังคม : ทักษะการเข้าสังคมและมนุษยสัมพันธ์ถือเป็นความสามารถที่มีประโยชน์ในทุกสถานการณ์ และสำหรับในยุคโลกไร้พรมแดน ทักษะด้านนี้ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้นอย่างทวีคูณ โดยเฉพาะในกรณีที่เราต้องไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ทักษะในส่วนนี้ไม่ใช่เรื่องของความมั่นใจในการเข้าสังคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปิดตนเองสู่สังคมด้วยความเข้าอกเข้าใจ ความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของผู้อื่น ไหวพริบและปฏิภาณอย่างมีสมดุล นอกจากนี้เรายังต้องเป็นคนที่มีความสนใจในตัวของผู้อื่นอย่างแท้จริง โดยมีความต้องการที่จะทำความเข้าใจ เรียนรู้ และประสานความร่วมมือกับผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง

3.ความรอบรู้ในโลกที่ไร้พรมแดน : คุณลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จากความใฝ่รู้ ความสามารถในการปรับตัว การมองโลกในแง่ดีพร้อมด้วยความรู้ในเรื่องเหตุการณ์และแนวโน้มต่างๆ รอบโลก ความรอบรู้ในที่นี่ คือ การให้ความสนใจกับโลกรอบตัวเรา รับได้กับความคลุมเครือที่อาจต้องพบเจอในการสำรวจทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ และความกระตือรือร้นที่จะเปิดโลกทัศน์และเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเอง

เขาเชื่อว่าคุณลักษณะ 3 ข้อข้างต้นนี้ คือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตในโลกธุรกิจแบบไร้พรมแดนได้ แต่เมื่อพิจารณาจากแง่มุมของธุรกิจแล้ว ยังมีคุณลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งก็คือ “กรอบความคิดแบบสากล” โดยส่วนตัวแล้วเขาคิดว่าเราอาจมีกรอบความคิดแบบสากลได้โดยที่อาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จขององค์กรได้อย่างแท้จริง จึงเป็นเหตุให้ผมจึงเลือกใช้คำว่า “ความมีประสิทธิผลในโลกธุรกิจแบบไร้พรมแดน” ซึ่งครอบคลุมถึงการวัดผลการปฏิบัติงานที่สร้างผลกระทบต่อองค์กร (Organizational Impact) ด้วย เพราะในโลกธุรกิจ เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่บุคลากรที่มีความสนใจในโลกรอบตัว มีความเฉลียวฉลาด และเข้าใจในวัฒนธรรมและความรู้สึกของผู้อื่น แต่เราต้องการผู้ที่สามารถดึงความสามารถเหล่านี้ออกมาผลักดันให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน