
เงินฝากทะลักหนี‘หุ้น-ทอง’แบงก์แข่งดูด
นักลงทุนแห่โยกเงินหนีหุ้นทองคำพักในเงินฝาก
นักลงทุนแห่โยกเงินหนีหุ้นทองคำพักในเงินฝาก
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในระยะนี้ธนาคารเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตของเงินฝากเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ โดยคาดว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.การที่นักลงทุนบางส่วนเริ่มโยกย้ายเงินลงทุนจากตลาดหุ้นและทองคำ ซึ่งมีความผันผวนค่อนข้างมาก หลังจากสหรัฐมีการส่งสัญญาณว่าต้องการลดมาตรการอัดฉีดเงิน (คิวอี) กลับมาพักออมไว้ในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างเงินฝาก ประกอบกับปัจจัยที่สอง คือ การที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มกลับมาแข่งขันออกแคมเปญเงินฝากพิเศษให้ผลตอบแทนสูงกันอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อตุนสภาพคล่องไว้รองรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปลายปีนี้
“ช่วงนี้ยอดรับฝากเงินในแต่ละวันของเราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนกลัวความเสี่ยงจึงวิ่งกลับมาหาเงินฝาก ซึ่งประจวบกับช่วงที่ธนาคารหลายแห่งเริ่มทยอยออกแคมเปญเพื่อระดมเงินฝากพอดี ทำให้ลูกค้าอาจตัดสินใจพักเงินเอาไว้ในเงินฝากเพื่อรอดูสถานการณ์ก่อน” นายเวทย์ กล่าว
นายเวทย์ กล่าวว่า ธนาคารจะใช้โอกาสในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากกับลูกค้าเพื่อเร่งระดมสภาพคล่องไว้รองรับการปล่อยกู้ในโครงการภาครัฐที่กำลังจะมาถึง โดยจะใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเงินฝากประจำระยะกลางถึงยาวเข้าไปรองรับกลุ่มคนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงหรือรับความเสี่ยงได้ต่ำ ขณะเดียวกันได้เตรียมผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น เงินฝากประจำตามใจ ซึ่งลูกค้ากำหนดระยะเวลาฝากได้เอง หรืออาจเป็นเงินฝากประเภทออมทรัพย์พิเศษ เพื่อรองรับกลุ่มคนที่อาจรอจังหวะกลับเข้าไปในตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูง
นางนพวรรณ เจิมหรรษา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นและตลาดทองคำในระยะหลังมานี้ได้ส่งผลให้กลุ่มลูกค้ารายใหญ่และรายย่อยของธนาคารเริ่มให้ความสนใจลงทุนหรือมาพักเงินไว้กับผลิตภัณฑ์เงินฝากเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ล่าสุดธนาคารจึงได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากซูเปอร์ ทวีทรัพย์ ซึ่งเป็นเงินฝากประจำแบบฝากทุกเดือน ติดต่อกัน 24 เดือน ให้ดอกเบี้ยกรณีฝากตั้งแต่ 1,000-9,999 บาทต่อเดือน ที่ 3.50% และกรณีฝาก 12.5 หมื่นบาทต่อเดือน จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 3.80% เพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มผู้ออมรายย่อย
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายเงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การเร่งระดมเงินฝากผ่านแคมเปญพิเศษของธนาคารพาณิชย์ในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขณะนี้ธนาคารเริ่มมีความกังวลว่าสภาพคล่องในระบบจะเริ่มตึงตัวมากขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากปีนี้ถือเป็นปีสุดท้ายที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้ธุรกิจจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อระดมทุนได้ก่อนจะต้องปรับรูปแบบไปเป็นกองทรัสต์ ทำให้ในปีนี้ภาคธุรกิจน่าจะมีการเร่งออกกองทุนประเภทนี้กันค่อนข้างมาก เป็นการเข้ามาแย่งสภาพคล่องในระบบและทำให้สภาพคล่องในช่วงปลายปีตึงตัวขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) ระบุว่า ในรอบ 7 เดือนแรกของปี ธนาคารกรุงไทยมียอดเงินรับฝากเติบโตขึ้นจาก 1.66 ล้านล้านบาท เป็น 1.71 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 4 หมื่นล้านบาท ธนาคารกสิกรไทยมียอดเงินรับฝากเติบโตจาก 1.39 ล้านล้านบาท เป็น 1.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1.1 แสนล้านบาท และธนาคารไทยพาณิชย์ มียอดเงินรับฝากเติบโตจาก 1.61 ล้านล้านบาท เป็น 1.73 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2 แสนล้านบาท
รมช.คลังเผยไทยถูกประเทศขายตัดหน้ายางพาราจนราคาทรุดฮวบ ยันกำลังแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ เตรียมเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 3 ก.ย.นี้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. มีรายงานว่า นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ได้เดินทางมาเป็นประธานการแจกบัตรสินเชื่อแก่ เกษตรกร ณ สนามศาลากลางจังหวัดพัทลุง ขณะเดียวกัน ได้กล่าวถึงกรณีที่พี่น้องชาสวนยางพาราปิดถนนประท้วงในพื้นที่ของอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าในวันนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวยางพารา แต่ไม่สามารถเดินทางพบได้ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลกำลังหาทางออกให้ชาวสวนยางพาราอย่างเต็ม ส่วนที่ทำให้ราคายางพาราตกต่ำ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่สัญญากันไม่ทำตามที่ตกลงไว้ในการขายยางพารา โดยได้ขายยางพาราตัดหน้าประเทศของเราจึงทำให้ราคายางพารามีปัญหาดังกล่าว และจะนำข้อเรียกร้องที่ทางตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพาราพัทลุงยื่นข้อเรียกร้อง เข้าเสนอต่อในที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 3 ก.ย. 56 นี้นายทนุศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกค่ำแบบยั่งยืนและครบวงจร โดยการนำน้ำยางพาราข้น 5 เปอร์เซ็นต์ไปผสมกับยางมะตอยราดผิวถนน แทนการใช้ยางมะตอย เพราะผลการทดสอบพบว่าถนนยางพารามีความแข็งแรง ทนทานดีกว่าถนนยางมะตอยถึง 2.9 เท่า ถึงแม้ต้นทุนจะสูงกว่าถนนยางมะตอยประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์แต่สามารถลดงบประมาณการซ่อมถนนยางมะตอยได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหายางพาราราคาต่ำได้ดี และเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและครบวงจร.







