
รูทมีเดียปรับแผนธุรกิจรับกำลังซื้อชะลอตัว
รูท มีเดีย ชี้เศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าหั่นงบสื่อนอกบ้าน เร่งปรับตัวหาพันธมิตรบุกต่างจังหวัด
รูท มีเดีย ชี้เศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าหั่นงบสื่อนอกบ้าน เร่งปรับตัวหาพันธมิตรบุกต่างจังหวัด
น.ส.ชลดา เวียงทอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท รูท มีเดีย ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อนอกบ้านประเภทสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ (ทรานซิส มีเดีย) เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีถึงขณะนี้ ส่งผลกระทบกับธุรกิจสื่อนอกบ้านขนาดเล็กจากมูลค่ารายได้งานสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ในโครงการต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชนลดลงราว 75% จากงบประมาณเดิม
ทั้งนี้ ในช่วง 12 ปีก่อนหน้า มีอัตราจัดจ้างงานผลิตสื่อนอกบ้านในโครงการต่างๆ ของลูกค้าจากการเตรียมงบประมาณราว 3 แสนบาทต่อ 1 ชิ้นงาน แต่ในปัจจุบันลูกค้าองค์กรได้มีการปรับลดงบประมาณลงเหลือประมาณ 1 ใน 3 ของงบประมาณเดิม หรืออยู่ที่ 1 แสนบาทต่อ 1 ชิ้นงาน เป็นต้น ซึ่งมีผลต่อธุรกิจสื่อนอกบ้านในภาพรวมที่หันมาทำตลาดและแข่งขันด้านราคามากขึ้น
สำหรับบริษัทได้เริ่มปรับตัวธุรกิจ โดยหันไปสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องระหว่างกันมากขึ้น เพื่อให้มีโอกาสในการขยายงานต่างๆ รวมถึงขยายธุรกิจไปยังรูปแบบใหม่ๆ อาทิ การขยายธุรกิจสื่อนอกบ้านในตลาดต่างจังหวัดและการทำกิจกรรมการตลาด (อีเวนต์) เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าองค์กรที่ระมัดระวังการใช้งบประมาณ เพื่อการทำตลาดผ่านสื่อมากขึ้นในช่วงนี้
“ธุรกิจสื่อนอกบ้านระดับเอสเอ็มอีในขณะนี้ต้องศึกษาตลาดมากขึ้น ถึงความต้องการลูกค้าเพราะงบประมาณมีจำกัดเห็นได้จากในช่วงไตรมาสนี้ ที่ปกติแล้วจะเริ่มมีคำสั่งผลิตสื่อเพื่อให้ทันกับการทำตลาดสินค้าในปลายปีนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่เคลื่อนไหว” น.ส.ชลดา กล่าว
นอกเหนือจากการปรับแผนธุรกิจแล้ว บริษัทยังจะมุ่งให้ความสำคัญในการบริการหลังการขายมากขึ้น เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ในธุรกิจสื่อนอกบ้านเคลื่อนที่ การติดโฆษณาคลุมรถประเภทต่างๆ ที่ปัจจุบันคิดราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 หมื่น3 แสนบาทต่องาน โดยวางเป้าหมายรับงานโครงการไม่ต่ำกว่า 10 งานต่อเดือน
สำหรับภาพรวมธุรกิจสื่อนอกบ้านในปีนี้ คาดว่าเติบโตคงที่ หรือใกล้เคียงกับเมื่อปี 2554 จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ คาดปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากนโยบายค่าแรง 300 บาทที่ปรับใช้ทั่วประเทศเมื่อต้นปี ที่กระทบยังต้นทุนการผลิตรอบด้านของสินค้าเกือบทุกประเภท มีผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการที่ปรับราคาขึ้น ขณะที่กำลังซื้อลดลง ทำให้กระทบกับเศรษฐกิจในภาพรวม







