
เฟ้นหุ้นปันผลให้เลือกซื้อ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน (CNS) แนะนำว่า ภาวะตลาดยังคงมีความผันผวนสูง จากแรงกดดันของความเสี่ยง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน (CNS) แนะนำว่า ภาวะตลาดยังคงมีความผันผวนสูง จากแรงกดดันของความเสี่ยงจากการทยอยไถ่ถอนมาตรการคิวอีทำให้หุ้นหลายตัวปรับราคาลงมาก บริษัทปรับตัวลดลงค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้าและยังแกว่งตัว ซึ่งการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงนี้นักลงทุนอาจมองหาบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และยังมีแนวโน้มอัตราการเติบโตของกำไรในอนาคตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีอัตราการจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้นจะอยู่ในระดับสูงกว่า 5% ต่อปี น่าจะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้ดีในระยะกลางยาว โดยเฉพาะบริษัทที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้ในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. 2556 นี้ น่าจะเป็นบริษัทที่มีความปลอดภัยต่อการลงทุนในภาวะตลาดผันผวนสูง
กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยึดแนวทางการลงทุนแบบ Defensive
บล.โนมูระ พัฒนสิน ได้คัดกรองหุ้น โดยพิจารณาจากอัตราการจ่ายปันผลระหว่างกาล ระหว่าง 25% และอัตราผลตอบแทนปันผลต่อปีมากกว่า 5% รวมทั้งยังราคาหุ้นคงมี Upside จาก Bloomberg Consensus สูงกว่า 30%
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจเหมาะแก่การเข้าสะสม คือ บริษัท ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) บล.เอเซีย พลัส (ASP) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น(INTUCH) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) และบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR)
“เลือก INTUCH, AIT, MAJOR เด่นสุด หุ้นพื้นฐานแกร่ง และมีผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลในระดับที่น่าสนใจ”
นอกจากนั้น หุ้นเหล่านี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจสนับสนุน เช่น INTUCH มีราคาเป้าหมาย 122 บาท มี Upside 47% ปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล ถึง 3.11% คาดปี 2556 ยังคงเติบโตต่อจากบริษัทลูกสนับสนุน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC (3G หนุนธุรกิจ NonVoice) และบริษัท ไทยคม หรือ THCOM (ไม่ต้องรับผลขาดทุนจาก Mfone ) คาดไตรมาส 3 เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล และไตรมาส 4 รับรู้รายได้ THCOM6
ด้านหุ้น AIT ราคาเป้าหมาย 153 บาท Upside 93% ปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้ 2.65% คาดรายได้โตต่อเนื่อง งานในมือแกร่งและเตรียมเข้าร่วมประมูลงานจากภาครัฐและเอกชนเพิ่มเติมในปีนี้กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท และอยู่ในระหว่างการศึกษาการลงทุนในพม่าเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว
หุ้น MAJOR ราคาเป้าหมาย 35 บาท Upside 65% ปัจจัยหนุนจากที่คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาลปีนี้ 2.05% ผลดำเนินงานไตรมาส 2 เติบโตแกร่งจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายทำรายได้สูง รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนในต่างประเทศ เช่น พม่าและเวียดนาม หนุนการเติบโตในอนาคต
นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET แนะนำหุ้นที่น่าสนใจลงทุนระยะ 36 เดือนข้างหน้า ต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง และ/หรือผลการดำเนินงานที่ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 หรือ Valuation และผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดปี 2556 ที่ไม่ต่ำกว่า 7% ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) บริษัท ไทยคม บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) หรือธนาคารเกียรตินาคิน (KKP)
ทั้งนี้ นักลงทุนอาจเริ่มพิจารณาทยอยสะสมหุ้นเหล่านี้ บริเวณ 1,250 จุดลงไป โดยเป็นการทยอยสะสมอย่างช้าๆ พร้อมกับติดตามมุมมองการลงทุนในภาพรวมประกอบการวางแผนบริหารจัดการพอร์ต







