posttoday
'ออนิกซ์' ชูสปอร์ตทัวริสซึม บูมท่องเที่ยวบุรีรัมย์

'ออนิกซ์' ชูสปอร์ตทัวริสซึม บูมท่องเที่ยวบุรีรัมย์

30 สิงหาคม 2556

เรามักจะได้ยินจากปากของคนในท้องถิ่นและนักลงทุนเสมอว่า อยากให้ภาครัฐเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เพราะมีศักยภาพ

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

เรามักจะได้ยินจากปากของคนในท้องถิ่นและนักลงทุนเสมอว่า อยากให้ภาครัฐเข้าไปส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เพราะมีศักยภาพ แต่ขึ้นชื่อว่าภาครัฐ ทำอะไรมีขั้นตอน ระเบียบมาก จึงใช้เวลานานกว่าจะเกิดขึ้นจริง จนวันนี้ เอกชน ได้กลายเป็นหัวหอกในการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้ สปอร์ต ทัวริสซึม ที่เป็นตัวนำ

ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย บริษัท ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ผู้บริหารโรงแรมอมารี ซัฟฟรอน ชามา และโอโซ่ เปิดเผยว่า ไทยสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (สปอร์ต ทัวริสซึม) ได้ เพราะที่ผ่านมาไทยได้รับคัดเลือกเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาระดับโลกมาแล้วหลายงาน ซึ่งออนิกซ์เล็งเห็นศักยภาพด้านนี้และจะจับมือกับพันธมิตรเอกชนเดินหน้ากระตุ้นสปอร์ต ทัวริสซึมเต็มที่ เริ่มต้นจากที่ผ่านมาออนิกซ์ เพิ่งทำสัญญากับบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สปอร์ต โฮเต็ล รับบริหารโรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดให้

สำหรับโรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะอยู่ใกล้สนามแข่งฟุตบอลไอโมบาย ธันเดอร์ คาสเซิล สเตเดียม ใช้เงินลงทุน 250 ล้านบาท มี 60 ห้อง ออนิกซ์เซ็นสัญญารับบริหาร 10 ปี จะเปิดบริการวันที่ 4 ต.ค.นี้ โดยออนิกซ์ ตั้งเป้าหมายจะไม่เข้ามารับหน้าที่บริหารโรงแรมนี้อย่างเดียว แต่จะร่วมมือผู้ประกอบการโรงแรมในท้องถิ่นผลักดันให้การท่องเที่ยวบุรีรัมย์เติบโต

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะให้บุรีรัมย์เป็นจังหวัดศูนย์กลางการพาณิชยกรรม คมนาคม สันทนาการ และการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ตอนใต้ และกลายเป็นจังหวัดติด 1 ใน 5 ของไทยที่น่าท่องเที่ยวที่สุด โดยใช้จุดแข็งจากการร่วมมือระหว่างเอกชนกันเอง ไม่ได้รอหวังพึ่งภาครัฐ ซึ่งเอกชนน่าจะขับเคลื่อนได้เร็วกว่า

“สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด มีองค์กรขนาดใหญ่เป็นพันธมิตรอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยามาฮ่า และอีกหลายราย ซึ่งกลุ่มนี้น่าจะเข้ามามีส่วนช่วยผลักดันการท่องเที่ยวพื้นที่บุรีรัมย์ให้โตได้ดี จากการร่วมกับเอกชนในบุรีรัมย์มาจัดงาน กิจกรรมต่างๆ นอกเหนือจากเทศกาลประเพณีที่มีอยู่แล้ว ซึ่งโรงแรมอมารี บุรีรัมย์ฯ น่าจะได้รับผลดีไปด้วย จากกลุ่มนี้ที่มาใช้บริการ เพราะทันทีที่อมารี บุรีรัมย์ เปิด จะเป็นโรงแรมที่มีคุณภาพดีที่สุดในบุรีรัมย์ จากปัจจุบัน มีโรงแรมทั้งหมด 30 แห่ง ห้องพักรวมกันกว่า 1,300 ห้อง และกำลังมีนักลงทุนเปิดอีก 3 แห่ง ห้องพัก 100 กว่าห้อง” ม.ล.สุรวุฒิ กล่าว

ขณะที่ทางสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง มีแฟนคลับในเฟซบุ๊กแฟนเพจไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ทุกครั้งที่จัดแข่งกีฬากับทีมสโมสร หรือทีมประจำจังหวัดอื่นที่สนามไอโมบาย ก็จะมีแฟนคลับตามมาร่วมชมการแข่งขันจำนวนมากจนโรงแรมทุกแห่งในบุรีรัมย์เกือบเต็ม ซึ่งอมารี บุรีรัมย์ น่าจะได้กลุ่มแฟนคลับกลุ่มนี้เป็นอีกตลาดเป้าหมาย

นอกจากนี้ออนิกซ์ยังอยู่ระหว่างหารือตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวต่างๆ สร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวบุรีรัมย์ขึ้นมา เพื่อขายให้ตลาดคนไทยและต่างชาติ ได้เดินทางมาเที่ยวบุรีรัมย์มากขึ้น โดยเฉพาะการทำแพ็กเกจเสริมช่วงที่มีการแข่งกีฬา คาดว่าเริ่มขายได้ปีหน้า เชื่อว่าจะได้รับกระแสตอบรับดี เพราะบุรีรัมย์ มีแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์อย่างปราสาทหินพนมรุ้ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวมนุษย์สร้างใหม่ๆ มาก น่าจะมีแรงดึงดูดมากพอจะดึงนักท่องเที่ยวได้ และอนาคตบุรีรัมย์จะมีสนามแข่งรถยนต์ระดับโลกเกิดขึ้นอีก ก็จะยิ่งกลายเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นมากกว่าเดิม

ม.ล.สุรวุฒิ กล่าวอีกว่า ออนิกซ์ ตั้งเป้าหมายว่า หลังเปิดให้บริการอมารี บุรีรัมย์ จะมีอัตราเข้าพักปีแรก 60% โดยราคาห้องพักน่าจะไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท คาดว่าจะคุ้มทุนใน 78 ปี ในช่วงแรกที่เปิดบริการ กลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่คงจะเป็นคนไทย ทั้งนักธุรกิจที่มีแผนไปลงทุนในบุรีรัมย์ แฟนคลับฟุตบอล และนักท่องเที่ยวคนไทย แต่ระยะยาว ออนิกซ์คาดหวังว่ากลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นชาวต่างชาติ ทั้งนักท่องเที่ยว และกลุ่มชาวต่างชาติในอีสานที่รวมตัวกันในนามเขยฝรั่ง ที่มักจะจัดวิสิต เฟรนด์ แอนด์ รีเลทีฟ ผลัดกันไปเยี่ยมเยือน ท่องเที่ยวเพื่อนชาวต่างชาติจังหวัดใกล้เคียงเสมอ

แนวทางเหล่านี้ถือเป็นรูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ออนิกซ์หวังไว้ว่า หากประสบความสำเร็จก็จะนำไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นต่อไป เพราะออนิกซ์ไม่ได้ต้องการเข้าไปลงทุนทำธุรกิจโรงแรมในแต่ละพื้นที่เพื่อหวังผลกำไรเชิงพาณิชย์อย่างเดียว แต่อยากมีส่วนพัฒนาการท่องเที่ยว ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย ให้คนในท้องถิ่นที่เคยออกไปทำงานต่างประเทศ หรือทำงานในกรุงเทพฯ หันกลับมาลงทุนทำธุรกิจ ทำงานในจังหวัดของตัวเอง

คงต้องรอลุ้นกันว่า แนวทางนี้จะสร้างกระแสให้บุรีรัมย์กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงร้อนแรงได้สมกับที่ตั้งใจหรือไม่ หากเป็นจริง อีกหลายจังหวัดควรดูเอาไว้เป็นตัวอย่าง เพราะหากต้องการเติบโต การพึ่งพาลำแข้งของตัวเองน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดและทำให้เติบโตได้เร็วที่สุด ดีกว่ารอพึ่งภาครัฐที่เชื่องช้าไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค