
กระตุ้นศก. ด้วย Tax
เศรษฐกิจของประเทศโดยทั่วไปควรจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาวะปกติ แต่หลายประเทศก็จำเป็นต้องกระตุ้นเป็นระยะๆ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์ ที่จะอ่อนแอ
เศรษฐกิจของประเทศโดยทั่วไปควรจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาวะปกติ แต่หลายประเทศก็จำเป็นต้องกระตุ้นเป็นระยะๆ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์ ที่จะอ่อนแอ ลงด้วยมีโรคร้ายมาเยี่ยมเยือนก็ต้องเยียวยาเสียที เมื่อหายแล้วหรือค่อยยังชั่ว ก็ต้องเลิกกระตุ้น
แต่บางประเทศที่กระตุ้นตลอดเวลาก็เหมือนกินยา โด๊ปอยู่เรื่อยๆ เศรษฐกิจก็ จะค่อยๆ เฉื่อยชา ไม่ตอบรับการกระตุ้น ก็ต้องเปลี่ยนวิตามินกินเรื่อยๆ ประเทศไทยก็เช่นกัน ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล หรือจีดีพีตกต่ำ ก็กระตุ้นกันใหญ่ รัฐบาลนี้เข้ามาก็กระตุ้น คือ ใช้เงินลงทุนภาครัฐ 2.5 ล้านล้านบาท ทำระบบขนส่งมวลชน แก้ปัญหาเรื่องน้ำ และประชานิยม (เช่น ประกันข้าว)
แต่ดูว่าจะช้าไม่ทันการ จีดีพียังลดต่ำลง ส่งออกและการบริโภคในประเทศถดถอย จีดีพีลดลงมาจาก +-5% ลงมา +-4% ต่อปี ก็ตกใจกัน ใหญ่ กลัวความเชื่อมั่นของภาคเอกชนจะลดน้อยลงอีก จะเป็นบูเมอแรงทำให้ไม่กล้าลงทุน ก็ต้องมีนโยบายสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างจีดีพีให้โตขึ้น
ไทยเราก็ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจประเทศกำลังเริ่มมีปัญหาเจ็บป่วย ทั้งที่พื้นฐานร่างกาย (พื้นฐานเศรษฐกิจ) ดีพอใช้ คนชั้นกลางมากขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่ระดับความเชื่อมั่นกำลังลดลงด้วยจีดีพีที่ลดลง และการกระตุ้นการลงทุนช้ามาก
จำเป็นต้องกระตุ้นรอบสองไหม? เพื่อจะยกระดับจีดีพีและความเชื่อมั่น ถ้าจะกระตุ้น ทำอย่างไร ระยะสั้นๆ ระหว่างการลงทุนภาครัฐ ยังไม่สุกงอม หลายชาติใช้ ภาษี หรือ Tax เป็นตัวช่วย โดยมุ่งเน้น Tax เพื่อการบริโภคในประเทศ ซึ่งจะได้ทั้งการบริโภคและความเชื่อมั่นประชาชนกลับมา
ลดภาษีส่วนบุคคล ภาษีบริษัท และเพิ่มภาษีการค้า น่าจะเป็นการกระตุ้นระยะสั้น 1-3 ปี โดยวิธี 1.ลดภาษีคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือนต่อหัว ไม่ต้อง เสียภาษี (เพิ่มจาก 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนต่อหัว) 2.ลด ภาษีคนชั้นกลาง 3-4-5 หมื่นบาทต่อเดือนต่อหัว เหลือ 5 7-10% เป็น Flat Rate คงที่ 3.รายได้มากกว่า 5 หมื่นบาท ต่อเดือนต่อหัว เสียภาษีเหมือนปกติ 4.เพิ่มภาษีการค้าอีก 1% เป็น 8% 3 ปี
การลดภาษีส่วนบุคคล จะเพิ่มการบริโภคในประเทศ การเพิ่ม VAT 1% ใครใช้มากก็เสียมาก เป็นการทดแทน การลดภาษีเพื่อบริโภค กระตุ้นเฉพาะกิจ 3 ปีก็พอ รอการลงทุนภาครัฐที่เชื่องช้า และ ถ้าปล่อยให้ท้องถิ่นมาร่วม ช่วยลงทุน เหมือนจีน มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปล่อยเมืองใหญ่ลงทุนเอง ก็จะเป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ จีดีพีของแต่ละท้องถิ่นจะเติบโต ก็จะดีมาก ลองคิดดูนะครับ







