
กรมธรรม์ 'ออม คุ้มครอง ชีวิตพอเพียง' ซื้อแล้วคุ้ม?
โครงการ “ประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง” สำหรับชาว กทม.และปริมณฑล ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...วารุณี อินวันนา
โครงการ “ประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง” สำหรับชาว กทม.และปริมณฑล ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย ที่น้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” หาช่องทางให้ประชาชนใน กทม.มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอจะเริ่มออกขายตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม มีบริษัทประกันชีวิตที่เข้าร่วมโครงการเพียง 2 บริษัท คือ บริษัท ไทยประกันชีวิต กรมธรรม์ชื่อ ไทยประกันชีวิต ยิ้มมากกว่า กับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กรมธรรม์ชื่อ เมืองไทย ยิ้มแฉ่ง 20/20 จากทั้งหมด 25 บริษัท เพราะเป็นการขายประกันชีวิตเพื่อสังคม ไม่ได้คาดหวังกำไรเหมือนขายกรมธรรม์ประเภทอื่นๆ ซึ่งนโยบายบริษัทประกันต่างชาติจะไม่เข้าร่วมโครงการลักษณะนี้ ส่วนบริษัทขนาดเล็กไม่ก้ารับความเสี่ยง
ที่ว่า “โครงการประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง” ชำระเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 20 ปี รับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือนถึง 55 ปี เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ในส่วนที่เป็นความคุ้มครองชีวิตเป็นกรมธรรม์ที่คุ้มค่า เพราะ
หนึ่ง จ่ายเบี้ยต่ำเดือนละ 500 บาทต่อเดือน เท่ากันทุกเพศ ทุกอายุ คงที่ตลอดสัญญา หากจ่ายเบี้ยรายปีจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันอีก 5% ของเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปี ทุนประกันชีวิตขึ้นอยู่กับอายุ เช่น หญิงอายุ 40 ปีจะได้รับความคุ้มครอง 5.6 หมื่นบาท ส่วนชายจะได้รับความคุ้มครอง 5.38 หมื่นบาท กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครอง 1 แสนบาท
สอง มีการคืนเงินให้ 3 ครั้ง ครั้งละ 8% ของทุนประกันภัย ณ ปีที่ 5 10 และ 15 เมื่อครบ 20 ปี จะได้รับทุนประกันเต็มจำนวนรวมผลประโยชน์ 150%
สาม การจ่ายเงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งกรณีอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย จะได้รับวันละ 500 บาท สูงสุด 365 วันต่อ 1 ครั้ง
สวัสดิ์ นฤวรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต กล่าวว่า กรณีเงินชดเชยนี้เป็นความคุ้มครองพิเศษที่อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งปกติจะต้องซื้อสัญญาแนบท้ายอีกหนึ่งฉบับและด้วยระดับเงินชดเชยวันละ 500 บาท จำนวน 365 วัน เบี้ยประกันจะอยู่ประมาณ 1,600 บาท ซึ่งจะเป็นการจ่ายที่คุ้มครองปีต่อปีไม่ได้รับเงินคืน แต่กรมธรรม์นี้มีเงินคืน
ผลจากความคุ้มครองที่จ่ายเบี้ยราคาต่ำและมีค่าชดเชยรายวัน การจ่ายค่าสินไหมทดแทนจึงมีความเข้มงวดพอสมควร กรณีเสียชีวิตโดยธรรมชาติภายใน 180 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ จะคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว ถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะจ่ายเต็มทุนประกันภัย
อีกด้านหนึ่ง ถ้าเสียชีวิตหลัง 180 วัน นับจากสัญญามีผลบังคับ ปีที่ 15 รับเต็มทุนประกัน ปีที่ 610 รับค่าสินไหม 120% ของทุนประกัน ปีที่ 11 เป็นต้นไป รับ 150%
นอกจากนี้ ให้ความคุ้มครองสูญเสียอวัยวะ สายตา มือเท้าทั้งสองข้าง หรือรวมกัน 2 อย่างขึ้นไป จะได้รับค่าสินไหม 1 แสนบาท ถ้าสูญเสียอวัยวะที่กล่าวมาข้างต้นเพียง 1 ข้าง จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 6 หมื่นบาท
ปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า กรมธรรม์ดังกล่าวถือว่ามีความคุ้มค่าที่สุดในตลาด สำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อไม่มาก เป็นทางเลือกที่ดีและคิดว่าชาว กทม. จะให้ความสนใจเพราะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ซึ่งบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขาย เพราะเป็นประกันเพื่อสังคมและไม่ใช่แบบประกันที่ออกมาเพื่อหวังกำไร
ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมเปิดตัวโครงการ'ประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง ในวันที่ 9 ก.ย.ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทยญี่ปุ่น) และวันที่ 14 ก.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เขตหลักสี่
ต้องติดตามดูว่ากรมธรรม์ที่ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตมีเงินคืนระหว่างสัญญา ได้รับเงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 500 บาท สูงสุด 365 วัน ความคุ้มครองอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ ครบสัญญาได้เงินที่จ่ายคืน ด้วยการจ่ายเบี้ยเบาๆ จะเรียกความสนใจจากชาว กทม.ได้มากน้อยแค่ไหน







