posttoday
กรมธรรม์ 'ออม คุ้มครอง ชีวิตพอเพียง' ซื้อแล้วคุ้ม?

กรมธรรม์ 'ออม คุ้มครอง ชีวิตพอเพียง' ซื้อแล้วคุ้ม?

30 สิงหาคม 2556

โครงการ “ประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง” สำหรับชาว กทม.และปริมณฑล ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.)

โดย...วารุณี อินวันนา

โครงการ “ประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง” สำหรับชาว กทม.และปริมณฑล ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย ที่น้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” หาช่องทางให้ประชาชนใน กทม.มีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอจะเริ่มออกขายตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม มีบริษัทประกันชีวิตที่เข้าร่วมโครงการเพียง 2 บริษัท คือ บริษัท ไทยประกันชีวิต กรมธรรม์ชื่อ ไทยประกันชีวิต ยิ้มมากกว่า กับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กรมธรรม์ชื่อ เมืองไทย ยิ้มแฉ่ง 20/20 จากทั้งหมด 25 บริษัท เพราะเป็นการขายประกันชีวิตเพื่อสังคม ไม่ได้คาดหวังกำไรเหมือนขายกรมธรรม์ประเภทอื่นๆ ซึ่งนโยบายบริษัทประกันต่างชาติจะไม่เข้าร่วมโครงการลักษณะนี้ ส่วนบริษัทขนาดเล็กไม่ก้ารับความเสี่ยง

ที่ว่า “โครงการประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง” ชำระเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 20 ปี รับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือนถึง 55 ปี เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ในส่วนที่เป็นความคุ้มครองชีวิตเป็นกรมธรรม์ที่คุ้มค่า เพราะ

หนึ่ง จ่ายเบี้ยต่ำเดือนละ 500 บาทต่อเดือน เท่ากันทุกเพศ ทุกอายุ คงที่ตลอดสัญญา หากจ่ายเบี้ยรายปีจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันอีก 5% ของเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปี ทุนประกันชีวิตขึ้นอยู่กับอายุ เช่น หญิงอายุ 40 ปีจะได้รับความคุ้มครอง 5.6 หมื่นบาท ส่วนชายจะได้รับความคุ้มครอง 5.38 หมื่นบาท กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครอง 1 แสนบาท

สอง มีการคืนเงินให้ 3 ครั้ง ครั้งละ 8% ของทุนประกันภัย ณ ปีที่ 5 10 และ 15 เมื่อครบ 20 ปี จะได้รับทุนประกันเต็มจำนวนรวมผลประโยชน์ 150%

สาม การจ่ายเงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งกรณีอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย จะได้รับวันละ 500 บาท สูงสุด 365 วันต่อ 1 ครั้ง

สวัสดิ์ นฤวรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต กล่าวว่า กรณีเงินชดเชยนี้เป็นความคุ้มครองพิเศษที่อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งปกติจะต้องซื้อสัญญาแนบท้ายอีกหนึ่งฉบับและด้วยระดับเงินชดเชยวันละ 500 บาท จำนวน 365 วัน เบี้ยประกันจะอยู่ประมาณ 1,600 บาท ซึ่งจะเป็นการจ่ายที่คุ้มครองปีต่อปีไม่ได้รับเงินคืน แต่กรมธรรม์นี้มีเงินคืน

ผลจากความคุ้มครองที่จ่ายเบี้ยราคาต่ำและมีค่าชดเชยรายวัน การจ่ายค่าสินไหมทดแทนจึงมีความเข้มงวดพอสมควร กรณีเสียชีวิตโดยธรรมชาติภายใน 180 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับ จะคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว ถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจะจ่ายเต็มทุนประกันภัย

อีกด้านหนึ่ง ถ้าเสียชีวิตหลัง 180 วัน นับจากสัญญามีผลบังคับ ปีที่ 15 รับเต็มทุนประกัน ปีที่ 610 รับค่าสินไหม 120% ของทุนประกัน ปีที่ 11 เป็นต้นไป รับ 150%

นอกจากนี้ ให้ความคุ้มครองสูญเสียอวัยวะ สายตา มือเท้าทั้งสองข้าง หรือรวมกัน 2 อย่างขึ้นไป จะได้รับค่าสินไหม 1 แสนบาท ถ้าสูญเสียอวัยวะที่กล่าวมาข้างต้นเพียง 1 ข้าง จะได้รับค่าสินไหมทดแทน 6 หมื่นบาท

ปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า กรมธรรม์ดังกล่าวถือว่ามีความคุ้มค่าที่สุดในตลาด สำหรับผู้ที่มีกำลังซื้อไม่มาก เป็นทางเลือกที่ดีและคิดว่าชาว กทม. จะให้ความสนใจเพราะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ซึ่งบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขาย เพราะเป็นประกันเพื่อสังคมและไม่ใช่แบบประกันที่ออกมาเพื่อหวังกำไร

ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมเปิดตัวโครงการ'ประกันเพื่อการออม คุ้มครองชีวิตพอเพียง ในวันที่ 9 ก.ย.ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทยญี่ปุ่น) และวันที่ 14 ก.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เขตหลักสี่

ต้องติดตามดูว่ากรมธรรม์ที่ได้ทั้งความคุ้มครองชีวิตมีเงินคืนระหว่างสัญญา ได้รับเงินชดเชยกรณีนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 500 บาท สูงสุด 365 วัน ความคุ้มครองอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ ครบสัญญาได้เงินที่จ่ายคืน ด้วยการจ่ายเบี้ยเบาๆ จะเรียกความสนใจจากชาว กทม.ได้มากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน