posttoday
รัฐดิ้นคืนชีพส่งออก ชู20สินค้าหาตลาด

รัฐดิ้นคืนชีพส่งออก ชู20สินค้าหาตลาด

30 สิงหาคม 2556

รมว.พาณิชย์ สั่งสแกนตลาดทั่วโลก เร่งดันส่งออกสินค้าหลัก 20 รายการ

รมว.พาณิชย์ สั่งสแกนตลาดทั่วโลก เร่งดันส่งออกสินค้าหลัก 20 รายการ

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนัดให้แต่ละหน่วยงานนำเสนอผลวิเคราะห์สินค้าและตลาดส่งออกแต่ละประเทศเพื่อกระตุ้นการส่งออกแต่ละรายสินค้าในวันที่ 4 ก.ย.นี้

กล่าว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ส.ค. โดยระบุว่า เศรษฐกิจโลกทั้งสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ยังถดถอย ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไทยไปตลาดหลักลดลง การส่งออกที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 77.5% อาจขยายตัวเพียง 66.5% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าผลักดันการส่งออกอย่างเต็มที่ แม้หลายฝ่ายจะปรับประมาณการส่งอออกในปีนี้เหลือ 45% ก็ตาม สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ระบุว่า ปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตามอง ได้แก่ เศรษฐกิจสหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น เศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัว แต่การปฏิรูปเศรษฐกิจจีนที่ให้คามสำคัญกับการอุปโภคบริโภคในประเทศ น่าจะทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตในระยะยาวนอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนอาจมีความผันผวนจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย หากธนาคารกลางของสหรัฐลดหรือยุติมาตรการคิว

“นิวัฒน์ธำรง” เตรียมนั่งโต๊ะกู้วิกฤตส่งออกตามคำสั่งนายกฯ ลุยถกกลุ่มสินค้า 20 อันดับแรกสัปดาห์หน้า หามาตรการช่วยเหลือและดันยอดส่งออก

ด้านนางอัมพวัน พิชาลัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป จะเริ่มนัดผู้ส่งออกรายกลุ่มสินค้า 20 รายการแรกมาหารือร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์อุปสรรค และจะวางยุทธศาสตร์เป็นรายกลุ่มสินค้าต่อไป

++ปัจจุบัน ไทยกำลังเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และมีการทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก ไทยจะต้องพิจารณาว่า จะใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีเหล่านี้ได้อย่างไร และอะไรที่ไทยไม่ถนัด หรือทำแล้วต้นทุนสูง ก็ควรจะหันไปพึ่งพาประเทศอื่น เช่น ใช้วัตถุดิบ และการย้ายฐานการผลิต แล้วมามุ่งในสิ่งที่ตัวเองถนัด

สำหรับสินค้าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก เช่น ข้าว ยางพารา อาหาร น้ำตาล อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ เป็นต้น

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทถือว่ามีความผันผวนและอ่อนค่าลงเร็วเกินไป ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการส่งออกของไทยได้ประโยชน์ ทำให้การค้าขายคล่องตัวและได้เม็ดเงินการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าไว้ก่อนหน้านี้แล้วเพิ่งกำหนดจ่ายค่าสินค้า เพราะจะทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ต้องจ่ายเงินในจำนวนเพิ่มขึ้น

“ค่าเงินเราผันผวนพอสมควร ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นทั้งประเทศคู่แข่งและคู่ค้าของไทยอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียกลับมีอัตราการอ่อนค่าของเงินในระดับที่ต่ำกว่าไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในการแข่งขันไป แต่ทั้งนี้ยังไม่มีสมาชิกรายใดแจ้งถึงผลกระทบเข้ามา”นายอิสระ กล่าวสำหรับเรื่องราคาพลังงานที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ มองว่าคงเป็นช่วงสั้นๆที่ราคาปรับขึ้นหวือหวา แต่ในระยะกลางและระยะยาวเชื่อว่าราคาพลังงานจะมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะมีพลังงานตัวอื่นเข้ามาทดแทนมากขึ้นเช่น เชลล์ก๊าซที่สหรัฐอเมริกาค้นพบ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค