
กฟน.ปรับภาพลักษณ์องค์กรชูไอเดีย"สู่วิถีชีวิตอนาคต"
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ถือเป็นหน่วยงานที่จัดจำหน่ายไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจครอบคลุมในเขตกรุงเทพฯ
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ถือเป็นหน่วยงานที่จัดจำหน่ายไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจครอบคลุมในเขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี มีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้ารวม 3.2 ล้านมิเตอร์ โดยการดำเนินงานขึ้นสู่ปีที่ 56 ได้กำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายของ กฟน. จากนี้ไปต้องปรับภาพลักษณ์ขององค์กรให้สอดคล้องกับนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด “Leveraging for Tomorrow” หรือต่อยอดสู่วิถีชีวิตอนาคตเพื่อยกระดับศักยภาพการบริหารกิจการไฟฟ้าให้ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น
อาทร สินสวัสดิ์ ผู้ว่าการ กฟน. กล่าวว่า กฟน.กำลังจะขึ้นสู่ปีที่ 56 จึงนำแนวคิดการต่อยอดสู่วิถีชีวิตอนาคตมาใช้ในการดำเนินงาน พร้อมกับการตั้งงบประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท มาใช้ในการบริหารงาน
ทั้งนี้ มีแผนงานในหลายด้านที่ต้องเร่งผลักดันไปสู่ภาคปฏิบัติ ได้แก่ การพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคง การพัฒนาด้านบริการ การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การติดตั้งไฟฟ้าสาธารณะหลอดแอลอีดีที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งมั่นใจจะช่วยเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถการแข่งขันทั้งในระดับอาเซียนและในระดับโลกให้แก่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย
สำหรับการปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายจะเดินหน้าเปลี่ยนระบบสายป้อนอากาศเป็นสายป้อนใต้ดิน ซึ่งที่ผ่านมา กฟน.ได้ดำเนินโครงการไปแล้วในหลายพื้นที่ เช่น ถนนพหลโยธิน พญาไท สุขุมวิท ปทุมวัน จิตรลดา พระราม 3 และนนทบุรี โดยในปี 2556 นี้ เตรียมนำร่องดำเนินการเปลี่ยนระบบสายป้อนอากาศเป็นสายป้อนใต้ดินโครงการรัชดาภิเษก เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ระบบจำหน่ายลดปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ เนื่องจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ ตลอดจนปรับปรุงทัศนียภาพของเมืองหลวง
ด้านงานบริการ ได้แบ่งพื้นที่การให้บริการออกเป็นเขตต่างๆ ประกอบไปด้วย 18 เขต และ 12 สาขาย่อย ซึ่งแต่ละเขตมีศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ วัน สต็อป เซอร์วิส เพื่องานบริการที่สะดวกรวดเร็วและเปิดช่องทางรับชำระค่าไฟฟ้าสำหรับให้บริการผู้สูงอายุเป็นพิเศษ พร้อมนำระบบอีเซอร์วิสมาใช้ในการยื่นขอจดทะเบียนมิเตอร์ไฟฟ้า การพัฒนาศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าคอลเซ็นเตอร์ 1130 ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อรองรับงานบริการ
ขณะเดียวกันได้นำนวัตกรรมแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ได้รวมเอาเทคโนโลยี ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (จีไอเอส) แสดงแผนที่ทั่วเขตจำหน่ายของ กฟน. ได้อย่างละเอียดแม่นยำ พร้อมแจ้งประกาศดับไฟการตรวจสอบค่าไฟฟ้าและให้บริการรับชำระค่าไฟฟ้าผ่านตัวแทนแบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ กฟน. ได้แก่ บริการรับติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าของลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรบริการศูนย์รักษาความปลอดภัยข้อมูล และที่ปรึกษาด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าและให้แก่หน่วยงานของรัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ บริการโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง
รวมถึงบริการที่จะดำเนินการในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์ รูฟท็อป) และ บริการสถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
ทั้งนี้ ยังมีโครงการนำร่องติดตั้งโคมไฟฟ้าสาธารณะชนิดแอลอีดีที่ช่วยประหยัดพลังงาน ให้แสงสีขาวเพิ่มความชัดเจนในการมองเห็น ทำให้สามารถขับขี่ยานพาหนะได้อย่างปลอดภัยและลดปัญหาอาชญากรรม ในพื้นที่ถนนพาหุรัดตรีเพชรจักรเพชร ซอยชิดลม และถนนเทศบาลสาย 1) และเตรียมติดตั้งเพิ่มเติมที่ถนนเยาวราช
“การปรับตัวของ กฟน.จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ครั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของมหานครและภาคธุรกิจให้ประเทศมีการเติบโต แต่สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือ การดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเกิดในสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ซึ่งเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 กฟน.ได้ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามดูแลจุดเสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าชอร์ต ตู้จ่ายไฟฟ้า และปลดปลั๊กที่เป็นจุดอันตราย รวมไปถึงการเตรียมมาตรการรับมือกรณีเกิดเหตุไฟฟ้าดับฉุกเฉิน โดยขอให้ลูกค้า กฟน. ที่มีอยู่ 3.2 ล้านราย คลายความกังวลกับเรื่องเหล่านี้” อาทร กล่าว







