
ยกเว้นเงินเซส
กระแสการเรียกร้องให้รัฐบาลรับประกันราคายางที่กำลังตกต่ำ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองมากขึ้น โดยข้อเสนอหนึ่งของเกษตรกรคือขอยกเว้นการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง หรือเงินสงเคราะห์ปลูกยาง หรือเงินเซส (CESS)
กระแสการเรียกร้องให้รัฐบาลรับประกันราคายางที่กำลังตกต่ำ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองมากขึ้น โดยข้อเสนอหนึ่งของเกษตรกรคือขอยกเว้นการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง หรือเงินสงเคราะห์ปลูกยาง หรือเงินเซส (CESS)
สำหรับเงินเซสที่จัดเก็บขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง มีภาระกิจสำคัญนำไปใช้ในการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางทั้งเพื่อโค่นยางเก่า ปลูกยางใหม่ งานวิจัยยาง และกรณีเกษตรกรประสบปัญหาภัยพิบัติ ตาม พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พ.ศ. 2503 แก้ไขโดย พ.ร.บ. พ.ศ. 2505 พ.ศ. 2518 และ พ.ศ. 2530
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศกระทรวง เรื่อง กำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ผู้ส่งออกยางนอกราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.กองทุนการทำสวนยาง พ.ศ. 2503 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) ปี พ.ศ. 2530 ที่กำหนดอัตราเงินสงเคราะห์ใหม่เป็นขั้นตอนดังนี้
1.ราคายางไม่เกิน กก.ละ 40 บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรา กก.ละ 90 สต. 2.ราคายางเกิน กก.ละ 40 บาท แต่ไม่เกิน กก.ละ 60 บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรา กก.ละ 1.40 บาท
3.ราคายางเกิน กก.ละ 60 บาท แต่ไม่เกิน กก.ละ 80 บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรา กก.ละ 2 บาท 4.ราคายางเกิน กก.ละ 80 บาท แต่ไม่เกิน กก.ละ100 บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรา กก.ละ 3 บาท 5.ราคายางเกิน กก.ละ 100 บาท เก็บเงินสงเคราะห์ในอัตรา กก.ละ 5 บาท
การจัดเก็บเงินเซสนั้น ตามกฎหมายจะมีการจัดเก็บเมื่อมีการส่งออกยางพาราโดยจัดเก็บกับผู้ส่งออก แต่ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยกลับเป็นว่า ผู้ส่งออกมาเก็บจากเกษตรกรผู้ขายยาง โดยหักเงินเซสจากน้ำหนักยางที่เกษตรกรขาย
ดังนั้น จึงมีแนวคิดกันว่าน่าจะมีการยกเว้นการเก็บเงินเซสดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อคืนเงินดังกล่าวกลับไปให้กับเกษตรกรซึ่งปัจจุบันจัดเก็บที่กก.ละ 2 บาทเนื่องจากราคายางไม่เกิน 80 บาทต่อกก. โดย ณ วันที่ 28 ส.ค. 2556 ราคายางพาราแผ่นดิบรมควันชั้น3 อยู่ที่ 79.04 บาทต่อกก.







