
บิ๊กศุภาลัยส่งสัญญาณลงทุนอสังหาฯ ต้องระวังขึ้น
ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังดูอึมครึม จนยากจะฟันธงได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะ “ดีขึ้น” หรือ “ชะลอตัว”
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังดูอึมครึม จนยากจะฟันธงได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะ “ดีขึ้น” หรือ “ชะลอตัว” ต่อเนื่อง เป็นผลให้หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง “ศุภาลัย” ต้องจับตามองสถานการณ์ทั้งในส่วนของตลาดและภาพรวมเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
“ตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้คงจะไปได้เรื่อยๆ แต่ต้องระมัดระวังการเปิดตัวโครงการใหม่ ถ้าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เช่น มีม็อบ หรือเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดีมากๆ ก็พร้อมเลื่อนการเปิดตัวไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นงบการตลาดที่ทุ่มไปก็เท่ากับเสียเปล่า” อธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าว
จากการประเมินในเวลานี้ มีหลายปัจจัยที่มีความน่าเป็นห่วง เช่น หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงมาก เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องจับตามองเช่นกัน เพราะปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อการซื้อที่อยู่อาศัย โดยตั้งแต่ไตรมาสแรกที่มีกระแสข่าวเรื่องรถคันแรกอาจกระทบกำลังซื้อ แม้ว่าหลายคนจะปฏิเสธว่าไม่มีผล เพราะคนซื้อเป็นคนละกลุ่มกัน แต่ลึกๆ แล้วทุกคนล้วนกังวลว่าจะกระทบหรือไม่
อธิป กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดก็เลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับว่าเรื่องรถคันแรกมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยบางส่วน เพราะคนเป็นหนี้ก้อนใหญ่พร้อมกันหลายอย่างไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่มีกำลังซื้อไม่สูงนัก ต้องเลือกระหว่างคนคันแรกกับบ้าน หรือคอนโดมิเนียมหลังแรก
ไม่เพียงแต่หนี้จากรถคันแรกที่หลายคนจับตามองเวลานี้ แม้แต่หนี้บัตรเครดิตก็กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของคนอยากมีบ้าน คนเพิ่งเรียนจบ มีงานทำได้ระยะหนึ่ง เริ่มมีบัตรเครดิต แล้วก็สนุกกับการใช้บัตรเครดิตจนเกินตัว จ่ายไม่ไหว เริ่มติด พออยากมีบ้าน ก็ยากขึ้น กู้ไม่ผ่าน เพราะติดหนี้บัตรเครดิต ภาพรวมการปฏิเสธสินเชื่อจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจัยจากภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวนรุนแรงมาก ต้องยอมรับว่าอาจมีผลกระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียมเช่นกัน เพราะผู้ซื้อคอนโดมิเนียมบางส่วน คือ กลุ่มนักเล่นหุ้นที่นำกำไรมาซื้อ หรือนำเงินมาหมุน หรือบางกลุ่มที่จองคอนโดมิเนียมไปแล้ว แต่นำเงินบางส่วนไปหมุนเล่นหุ้น เมื่อเจอภาวะหุ้นตก เงินไปจมกับหุ้นบางตัว ก็อาจทำให้เกิดปัญหากับการซื้อที่อยู่อาศัยได้เช่นกัน
ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันจากการประเมินการเปลี่ยนมือ ขายต่อห้องชุดก่อนโอนของลูกค้าศุภาลัยจะไม่สูงมากจนมีนัยสำคัญ แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา ทั้งภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน ตลาดหุ้น ล้วนมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังกับการลงทุนมากขึ้น
ในเบื้องต้นศุภาลัยจะยังคงแผนเปิดตัวโครงการใหม่เหมือนเดิมที่ 16 โครงการ แบ่งเป็น แนวราบ 12 โครงการ และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ แบ่งเป็น ทำเลบางซ่อนประชาชื่น ทำเลเสนารัชโยธิน และต่างจังหวัดอีก 2 โครงการ ส่วนยอดขายก็ยังคงเป้าหมายเดิมที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ “ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้าเจ้าพระยา” จำนวน 733 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,750 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้าเก่าจองแล้ว 180 ยูนิต มูลค่า 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการของศุภาลัยที่ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่บางซื่อ)
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะจับตามองสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หากมีสัญญาณที่ไม่ดี ก็พร้อมที่จะปรับแผนการลงทุนการเปิดโครงการที่อยู่ในแผนทันที







