
น้ำมันฉุดไม่อยู่
กบง.ลดรีดเงินสกัดราคาขาขึ้นกองทุนน้ำมันฯวูบปลายปีส่อติดลบ
กบง.ลดรีดเงินสกัดราคาขาขึ้นกองทุนน้ำมันฯวูบปลายปีส่อติดลบ
กองทุนน้ำมันฯ ส่อหวนกลับไปติดลบอีก หลัง กบง.ลดหักเงินเบนซินดีเซลอีก 20-50 สต.ต่อลิตร
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และมีมติปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันเบนซินและดีเซลตั้งแต่ 20-50 สต.ต่อลิตร เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้ ทำให้มีรายรับลดลงเหลือวันละ 6.48 ล้านบาท จากเดิม 28.46 ล้านบาท ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ที่ปัจจุบันมีฐานะ 7,032 ล้านบาท มีโอกาสจะติดลบช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกยังมีความผันผวน
“แนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกน่าเป็นห่วง โดยน้ำมันดิบดูไบปรับเพิ่มขึ้นเร็ว 2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 108.45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปัญหาความไม่สงบในซีเรียและเศรษฐกิจยูโรโซนและจีนเริ่มแข็งแกร่งขึ้น รวมทั้งเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จึงต้องดูแลราคาขายปลีกในประเทศด้วยการลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลง ซึ่งอาจต้องติดลบได้ช่วงปลายปี” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับอัตราเงินนำส่งกองทุนน้ำมันฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ เบนซิน 95 ปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินลง 30 สต.ต่อลิตร เป็น 9.70 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ปรับลดลง 50 สต.ต่อลิตร เป็น 3 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ปรับลดลง 50 สต.ต่อลิตร เป็น 90 สต.ต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ อี20 ปรับลดลง 50 สต.ต่อลิตร ชดเชยเป็น 1.80 บาทต่อลิตร และดีเซล ปรับลดลง 20 สต.ต่อลิตร เป็น 70 สต.ต่อลิตร
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบการกำหนดอัตราเงินนำส่งกองทุนน้ำมันฯ สำหรับก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่จำหน่ายให้กับภาคครัวเรือน 50 สต.ต่อ กก. รับการขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนวันที่ 1 ก.ย.นี้ ส่งผลให้ราคาแอลพีจีขยับขึ้นจาก 18.13 บาทต่อ กก. เป็น 18.63 บาทต่อ กก.
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) พรีเมียม หรือเอ็นจีวีตามแนวท่อ โดยให้ค่าบริหารแก่ บริษัท ปตท. 13.62สต.ต่อ กก. จากอัตราที่ ปตท.เสนอมา 17 สต.ต่อ กก.







