
บิลด์ อะ แบร์ เวิร์กช็อป 16 ปีแห่งความสำเร็จ
นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “บิลด์ อะ แบร์ เวิร์กช็อป” ธุรกิจจำหน่ายตุ๊กตาหมีชื่อดังจากสหรัฐของ แม็กซีน คลาร์ก นักธุรกิจสาวใหญ่ชาวมะกัน
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “บิลด์ อะ แบร์ เวิร์กช็อป” ธุรกิจจำหน่ายตุ๊กตาหมีชื่อดังจากสหรัฐของ แม็กซีน คลาร์ก นักธุรกิจสาวใหญ่ชาวมะกัน
เพราะท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในวงการธุรกิจตุ๊กตาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อของบิลด์ อะ แบร์ ยังคงรั้งเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่ลูกค้านึกถึงเสมอเมื่อต้องการซื้อหาตุ๊กตาน่ารักน่ากอดสักตัว
พิสูจน์จากความสำเร็จในปัจจุบันที่บิลด์ อะ แบร์ เวิร์กช็อป มีสาขามากถึง 425 แห่งใน 19 ประเทศทั่วโลก และเมื่อปี 2555 ผลประกอบการบริษัทพุ่งสูงถึง 394.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.22 หมื่นล้านบาท)
จุดขายที่ผลักดันให้ บิลด์ อะ แบร์ เวิร์กช็อป ครองใจมหาชนมายาวนานนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 คงหนีไม่พ้นคอนเซปต์แปลกใหม่ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสร้างตุ๊กตาหมีหรือตุ๊กตาสัตว์ต่างๆ ได้ด้วยตัวเองตามจินตนาการ
ไล่ตั้งแต่การเลือกรูปแบบของตุ๊กตาที่ชอบ ก่อนลงมือยัดใยสังเคราะห์เพื่อให้ตุ๊กตาตัวอ้วนกลมขึ้น ที่สำคัญลูกค้ายังสามารถบันทึกเสียงเพื่อให้ตุ๊กตาพูดได้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การใส่หัวใจที่ลูกค้าอธิษฐานแล้วเข้าไว้ด้านใน เพื่อให้ชีวิตแก่เพื่อนเล่นตัวใหม่ ก่อนจะออกสูติบัตรระบุชื่อและวันเกิดของตุ๊กตา เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญการถือกำเนิดขึ้นของตุ๊กตาคู่ใจอีกด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าคอนเซปต์ธุรกิจที่สร้างความต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างมีชั้นเชิงนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ คลาร์ก ซึ่งขณะนั้นนั่งเก้าอี้เป็นถึงประธานบริษัท เพย์เลส ชูซอร์ต อิงก์ ธุรกิจค้าปลีกรองเท้าชื่อดังในสหรัฐ ได้มีโอกาสไปช็อปปิ้งกับเพื่อนซี้และลูกสาวซึ่งเป็นผู้จุดประกายไอเดีย ภายหลังจากที่หนูน้อยพูดขณะหยิบตุ๊กตาว่า “เดี๋ยวเรากลับไปเย็บตุ๊กตาแบบนี้กันเองดีกว่านะคะแม่”
จากวินาทีนั้น นักธุรกิจสาวปิ๊งไอเดียเปิดร้านตุ๊กตาหมีดีไอวายขนาดใหญ่ในรูปแบบของสวนสนุกในห้างสรรพสินค้า ก่อนลงมือหาข้อมูลและวางแผนธุรกิจทันที
แม้ช่วงเริ่มต้น คลาร์กเจอเสียงทักท้วงจากผู้ปกครองที่ต่างตั้งข้อสงสัยว่า “ทำไมเราต้องสร้างตุ๊กตาด้วยตัวเอง ในเมื่อเราก็สามารถซื้อตุ๊กตาสำเร็จรูปในร้านค้าทั่วไปได้” ทว่าจากการสอบถามกลุ่มคุณน้องๆ หนูๆ ต่างตื่นเต้นกับคอนเซปต์นี้อย่างมาก ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่คลาร์กจะทำตามความฝันต่อไป
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่คลาร์กตั้งเป้าไว้ว่าจะสร้างธุรกิจขนาดใหญ่มูลค่าหลายพันล้านและมีสาขาอยู่ทั่วโลก เงินทุนจำนวนมหาศาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ดังนั้น เงินทุนตั้งต้นจากเงินในบัญชียามเกษียณของคลาร์กราว 7.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 23.2 ล้านบาท) จึงไม่เพียงพอ ทำให้อดีตซีอีโอ ต้องหาผู้ร่วมทุน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากคอนเซปต์ธุรกิจมีความแปลกใหม่และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก จนในที่สุด บาร์นีย์ แอปเวิร์ท เจ้าของบริษัทลงทุนแห่งหนึ่ง ที่เข้ามาร่วมหุ้น 20% ในวงเงิน 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 139 ล้านบาท) เพียงพอต่อการเปิดสาขาแรกในเมืองเซนต์หลุยส์เมื่อปี 2540
ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี
“ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เราแต่งตั้ง ‘คณะกรรมการที่ปรึกษาพิเศษ’ ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่มีอายุแตกต่างกันจำนวนหนึ่งมาเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าของบริษัท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อธุรกิจ เนื่องจากเด็กๆ มักมีจินตนาการและมุมมองต่อโลกที่แตกต่างออกไป ทำให้เราเข้าใจและสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น” คลาร์ก ระบุ พร้อมเผยว่า ธุรกิจไม่ได้หยุดอยู่ที่แค่การสร้างและแต่งตัวตุ๊กตาเท่านั้น แต่พยายามสร้างสรรค์ความหลากหลายของสินค้า เช่น การซื้อลิขสิทธิ์สินค้าจากดิสนีย์ เป็นต้น
สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างอาณาจักรบิวด์ อะ แบร์ สาวใหญ่นักธุรกิจ มองว่า เจ้าของกิจการควรร่างแผนธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยไม่เกรงกลัวว่าแผนดังกล่าวจะใหญ่เกินตัวหรือไกลเกินเอื้อม เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราสามารถตัดแผนออกได้เสมอ
“แผนธุรกิจมีไว้เพื่อตอกย้ำว่า เราสามารถทำสิ่งที่วาดฝันไว้ได้หรือไม่ เพราะถ้าเราไม่เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำตามความฝันยิ่งใหญ่ได้ ก็คงไม่มีนักลงทุนคนไหนเชื่อมั่นในตัวเราเช่นกัน” คลาร์ก กล่าวทิ้งท้าย







