posttoday
เดอ ลีฟ ทานาคา ผลิตภัณฑ์ไทยแห่งเอเชีย

เดอ ลีฟ ทานาคา ผลิตภัณฑ์ไทยแห่งเอเชีย

27 สิงหาคม 2556

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในกลุ่ม 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2558

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในกลุ่ม 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2558 คือโอกาสใหญ่สำหรับ ศุภชัย จูพานิชย์ เจ้าของธุรกิจสินค้าของใช้ส่วนบุคคล(เพอร์ซันนัลแคร์) ของคนไทย ภายใต้แบรนด์ เดอ ลีฟ ทานาคา (de leaf THANAKA)ตัดสินใจออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยใช้ประสบการณ์ด้านการตลาดในภูมิภาคอินโดไชน่า ทีสั่งสมมากว่า 7ปีในบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ระดับโลก

ปัจจุบัน ศุภชัยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป บริษัท มีความสุขทุกวัน เจ้าของผลิตภัณฑ์ เดอ ลีฟ ทานาคา ใช้ทุนจดทะเบียนพร้อมลงทุนกิจการด้วยงบราว 2 ล้านบาท พัฒนาและผลิตสินค้าแป้งฝุ่นทาตัว เดอ ลีฟ ทานาคา เป็นรายการแรกตั้งแต่ 3 ปีก่อน พร้อมเปิดตลาดในพม่าเป็นแห่งแรก ด้วยมองเห็นศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบหลักสำคัญจากไม้ทานาคา และส่วนผสมอื่นๆ ของพม่า ที่ถูกนำมาแปรรูปใหม่ภายใต้บรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภคชาวพม่าคนรุ่นใหม่

จากนั้นเมื่อสินค้าเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในระดับหนึ่งแล้ว ในปีนี้ศุภชัยจึงหันมารุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มตัว ด้วยเชื่อว่าสินค้าที่ดีเป็นที่ยอมรับ จะต้องมีชื่อเสียงหรือสร้างแบรนดิงให้เป็นที่จดจำในกลุ่มเป้าหมายภายในประเทศด้วย พร้อมยึดโมเดลการทำตลาดของไนกี้ เจ้าของอุปกรณ์สินค้ากีฬาแบรนด์ดังระดับโลก ที่ประสบความสำเร็จสูงและเป็นที่รู้จักดีในทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยสินค้ากีฬาแบรนด์ดังกล่าว ที่แม้ว่าจะไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง โดยใช้จุดขายจากการออกแบบสินค้า และกระจายการผลิตไปยังผู้รับจ้างผลิต (ซัพพลายเออร์) โรงงานในแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้ไนกี้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ต่ำที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเองในส่วนของโรงงาน

โมเดลดังกล่าวทำให้ไนกี้มีสินค้าที่ถูกออกแบบใหม่ๆ มาทำตลาดหมุนเวียนได้อย่างต่อเนื่อง จากการเป็นแค่เพียงเจ้าของเทคโนโลยีและการออกแบบเท่านั้นเอง เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ เดอ ลีฟ ทานาคา ของบริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบหลักทานาคาจากพม่า เพื่อแปรรูปเป็นสินค้าแป้งฝุ่นทาตัว โดยว่าจ้างผลิต (โออีเอ็ม) สินค้าที่โรงงานย่านเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ โดยบริษัทจะเป็นเจ้าของโนว์ฮาวสูตรการผลิตสินค้า ซึ่งศุภชัยตั้งใจวางตำแหน่งให้เป็นสินค้าเพอร์ซันนัลแคร์สำหรับอาเซียน ภายใต้แนวคิด “โปรดักต์ ออฟ เออีซี”

“โลกธุรกิจสมัยใหม่ เป็นยุคแห่งโอกาส การจะมีกิจการอะไรสักอย่างอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากนัก เพราะเทคโนโลยีเข้ามาปฏิวัติธุรกิจ แต่มีสิ่งสำคัญคือต้องหาความต้องการเชิงลึกหรืออินไซด์ผู้บริโภคให้เจอ ตอบโจทย์ให้ได้”ศุภชัย กล่าว

สำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้าดังกล่าวในไทย เบื้องต้นโฟกัสไปยังร้านค้าปลีกพิเศษ (สเปเชียลลิตี สโตร์) อาทิ โกลเดนท์ เพลส ร้านบายใจ กลุ่มร้านสมุนไพร ร้านภูมิใจไทย เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของสินค้าที่คงความเป็นแป้งฝุ่นจากสมุนไพรธรรมชาติ รับกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่สนใจสินค้าจากวัตถุดิบธรรมชาติมากขึ้นด้วย โดยวางแก่นแท้ตราสินค้า (แบรนด์เอสเซนส์) เดอ ลีฟ ทานาคา คือ งดงามอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างวิจัยพัฒนาสินค้าที่มีส่วนผสมจากทานาคาอีกหนึ่งรายการใหม่ คือ ครีมบำรุงผิว คาดพร้อมเปิดตัวทำตลาดราวปลายไตรมาส 4 ปีนี้ หรือต้นปีหน้า และเตรียมแผนขยายช่องทางจำหน่ายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ในอนาคต พร้อมนำสื่อใหม่ในสังคมออนไลน์ประเภทต่างๆ มาเสริมไปพร้อมกัน

ศุภชัย บอกว่า นอกจากการเปิดเออีซีจะเป็นการขยายตลาดใหม่สำหรับเอสเอ็มอีแล้ว ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยบวกจากการเปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน ด้านวัตถุดิบนำเข้าอัตรา 0% ด้วย ซึ่งเขาได้ใช้โอกาสเดียวกันนี้นำเข้าวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ในพม่า พร้อมทำตลาดในประเทศดังกล่าวผ่านระบบเครือข่ายการกระจายสินค้าอีกทอดหนึ่ง

พร้อมวางเป้าหมายภายใน 2 ปีนับจากนี้ สินค้าแป้งฝุ่น เดอ ลีฟ ทานาคา จะครองส่วนแบ่งตลาดราว 2% ของตลาดรวมที่มีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่ปัจจุบันตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในไทย ที่รวมถึงมูลค่ารายได้ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตเมื่อเข้าสู่เออีซี ในฐานะผลิตภัณฑ์เพอร์ซันนัลแคร์ระดับอาเซียนด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน