posttoday
ราชบุรีฯรุกเพิ่มผลิตไฟฟ้า

ราชบุรีฯรุกเพิ่มผลิตไฟฟ้า

27 สิงหาคม 2556

ตั้งเป้า1.2หมื่นเมกะวัตต์ในปี2563คาดลงทุน23แสนล้านเน้นเพื่อนบ้าน

ตั้งเป้า1.2หมื่นเมกะวัตต์ในปี2563คาดลงทุน23แสนล้านเน้นเพื่อนบ้าน

“ราชบุรีโฮลดิ้ง” รุกขยายธุรกิจพลังงานตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 คาดใช้เงินลงทุนกว่า2-3 แสนล้านบาท เล็งปักฐานธุรกิจในพม่าและประเทศอื่นในเอเชีย

“ราชบุรีโฮลดิ้ง” รุกขยายธุรกิจทั้งในและนอกประเทศ ตั้งงบลงทุน 2-3 แสนล้านบาท ภายในปี 2563

นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายการลงทุนกิจการพลังงานทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 7,800 เมกะวัตต์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 23 แสนล้านบาท

“ขณะนี้ได้ทบทวนแผนกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายการขยายลงทุนในกิจการพลังงาน มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 จากเดิมที่มีแผนงานมีกำลังการผลิตในปี 2559 อยู่ที่ 7,800 เมกะวัตต์ ถือเป็นตัวเลขที่ท้าทายมาก เพื่อหวังจะให้บริษัทฯมีการเติบโตและมีผลกำไรจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น” นายพงษ์ดิษฐ กล่าว

ถึงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ของบริษัทฯจะขยายการลงทุนไปกิจพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าหมายท้าทายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้รวม 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 7,800 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 2-3 แสนล้านบาท

สำหรับรูปแบบการลงทุนจะปรับให้สมดุลระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่และการซื้อกิจการ เน้นให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเป็นอันดับแรก ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม เพราะสามารถผลิตไฟฟ้ากลับมาจำหน่ายยังไทย เพื่อสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศและช่วยรักษาระดับอัตราค่าไฟฟ้าไม่ให้สูงเกินไป

เพื่อผลักดันให้ราชบุรีโฮลดิ้งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนชั้นนำในภูมิภาค ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะปรับให้สมดุลระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่และการซื้อกิจการ โดยเป้าหมายการเพิ่มลงทุนในต่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอันดับแรก ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าจำหน่ายกลับมายังไทยเสริมสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศและช่วยรักษาระดับอัตราค่าไฟฟ้าไม่ให้สูงเกินไป

นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายปักฐานธุรกิจในพม่าให้สำเร็จ เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ โดยโครงการที่สนใจเข้าไปร่วมลงทุน ได้แก่ โรงไฟฟ้าทวาย 4,000 เมกะวัตต์ โครงการเขื่อนสาละวินตอนบน กำลังการผลิต 7,000 เมกะวัตต์

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีเป้าหมายลงทุนในอินโดนีเซีย ซึ่งมีแหล่งเชื้อเพลิงถ่านหินที่สามารถใช้ผลิตไฟฟ้าได้ รวมถึงญี่ปุ่น ที่มีลู่ทางในการเข้าซื้อกิจการและพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนที่ให้ผลตอบแทนดี คาดว่าจะเข้าไปลงทุนในโครงการขนาด 200-300 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามได้กำหนด โครงสร้างธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 สายธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ประกอบด้วยโครงการที่ใช้เชื้อเพลิงหลัก และโครงการพลังงานทดแทน 2. ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับกิจการไฟฟ้า ซึ่งได้ขยายเป้าหมายไปยังธุรกิจระบบส่ง การฝึกอบรมด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษา นอกเหนือจากธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษา เหมืองถ่านหิน และซ่อมอุปกรณ์กังหันก๊าซ

ปัจจุบันรายได้ของบริษัทมาจากฐานธุรกิจ 3 แห่ง คือ ไทย ลาว และออสเตรเลีย ซึ่งมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนทั้งสามประเทศ โดยบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาความเหมาะสมโครงการ

“ขณะนี้ได้มีการทบทวนแผนกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเป้าหมายการขยายลงทุนในกิจการพลังงานมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ภายในปี 2563 จากเดิมที่มีแผนงานมีกำลังการผลิตในปี 2559 อยู่ที่ 7,800 เมกะวัตต์ ถือเป็นตัวเลขที่ท้าทายมาก เพื่อหวังจะให้บริษัทฯมีการเติบโตและมีผลกำไรจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น “ นายพงษ์ดิฐ กล่าว

นายพงษ์ดิษฐ กล่าวว่า บริษัทมีกำลังผลิตที่เดินเครื่องแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนารวมทั้งสิ้น 6,302 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังผลิตในประเทศ 4,586 เมกะวัตต์ ลาว 1,206.5 เมกะวัตต์ และออสเตรเลีย 509 เมกะวัตต์ สำหรับโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนมีจำนวน 7 โครงการ รวมกำลังการผลิต 485 เมกะวัตต์ และต้องหาเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์ จากโครงการในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 7,800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2559

ประกอบด้วย โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม 2 แห่งในออสเตรเลีย กำลังผลิตรวม 420 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในออสเตรเลีย กำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในประเทศอื่นในเอเชีย 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 45 เมกะวัตต์ ทั้งนี้จะต้องแสวงหากำลังการผลิตขนาดใหญ่อีกประมาณ 1,000 เมกะวัตต์จากโครงการในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 7,800 เมกะวัตต์ ภายในปี 2559

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน