posttoday
สุดยอดท่าอากาศยานในเออีซี

สุดยอดท่าอากาศยานในเออีซี

27 สิงหาคม 2556

ปัจจุบันประเทศต่างๆ ในกลุ่มเออีซี พยายามพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคอาเซียน โดยแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งปี 2546 ท่าอากาศยานดอนเมืองของไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 18 ของโลกมีผู้โดยสาร 30.2 ล้านคน ขณะที่อันดับ 2 ของอาเซียนและอันดับที่ 30 ของโลก คือ ท่าอากาศยานชางกีของสิงคโปร์ 24.7 ล้านคน และเมื่อเปลี่ยนท่าอากาศยานหลักของไทยมาเป็นสุวรรณภูมิตั้งแต่ปลายปี 2549 ในระยะแรกสุวรรณภูมิยังครองอันดับ 1 ของอาเซียน

ปัจจุบันประเทศต่างๆ ในกลุ่มเออีซี พยายามพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคอาเซียน โดยแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งปี 2546 ท่าอากาศยานดอนเมืองของไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 18 ของโลกมีผู้โดยสาร 30.2 ล้านคน ขณะที่อันดับ 2 ของอาเซียนและอันดับที่ 30 ของโลก คือ ท่าอากาศยานชางกีของสิงคโปร์ 24.7 ล้านคน และเมื่อเปลี่ยนท่าอากาศยานหลักของไทยมาเป็นสุวรรณภูมิตั้งแต่ปลายปี 2549 ในระยะแรกสุวรรณภูมิยังครองอันดับ 1 ของอาเซียน

แต่ดาวรุ่งดวงใหม่ที่มาแรง คือ ท่าอากาศยาน SoekarnaHatta ของกรุงจาการ์ตา ซึ่งเดิมเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน แต่แซงหน้ารวดเดียวทั้งสุวรรณภูมิและชางกี ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ตั้งแต่ปี 2553 โดยปี 2555 ท่าอากาศยาน SoekarnaHatta มีผู้ใช้บริการ 57.7 ล้านคน เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 9 ของโลก รองลงมา คือ สุวรรณภูมิ 54 ล้านคน อันดับ 2 ของอาเซียน และอันดับที่ 14 ของโลก ส่วนชางกีกำลังไล่ตามมาติดๆที่ 51.2 ล้านคน อันดับ 3 ของอาเซียน และอันดับที่ 15 ของโลก ขณะที่ท่าอากาศยานกรุงกัวลาลัมเปอร์ตามมาห่างๆ 39.9 ล้านคนอันดับ 4 ของอาเซียนและอันดับ 27 ของโลก

แต่หากวัดตามปริมาณขนถ่ายสินค้าทางอากาศแล้ว ในปี 2555 ท่าอากาศยานชางกีมีปริมาณขนถ่าย 1.9 ล้านตัน เป็นอันดับ 1 ของอาเซียนและอันดับ 12 ของโลก โดยครองอันดับ 1 ติดต่อกันยาวนาน เนื่องจากสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ขนส่งทางอากาศของอาเซียน รองลงมา คือ สุวรรณภูมิ 1.3 ล้านตัน อันดับ 2 ของอาเซียนและอันดับ 19 ของโลก และท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์ 0.7 ล้านตันอันดับ 3 ของอาเซียนและอันดับ 30 ของโลก

ความท้าทายสำคัญของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีหลายประการหากต้องการดำรงสถานภาพอันดับ 2 ของอาเซียนต่อไป ประการแรก คุณภาพบริการยังตามหลังท่าอากาศยานชางกีที่ได้รับการยอมรับคุณภาพบริการดีเลิศที่สุดในภูมิภาคติดต่อกันอย่างยาวนานและการสำรวจล่าสุดปี 2556 ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากมีบริการหลากหลาย นำเที่ยวฟรีสำหรับผู้โดยสารที่มีเวลาต่อเครื่องบินไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ไวไฟฟรี มีโรงภาพยนตร์ สระว่ายน้ำ ฯลฯ และราคาอาหารที่จำหน่ายในท่าอากาศยานชางกีเป็นราคาเดียวกับในเมืองซึ่งเดิมเมื่อครั้งดอนเมืองเป็นท่าอากาศยานหลักของไทยก็เป็นเช่นนี้ แต่พอมาเปลี่ยนมาเป็นสุวรรณภูมิ ราคากลับแพงกว่าที่จำหน่ายในเมืองมาก

ประการที่สอง ท่าอากาศยานของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น นครโฮจิมินห์ นครย่างกุ้ง ที่เดิมทีต้องมาต่อเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงไปยังจุดหมายปลายทางมากขึ้นเรื่อยๆ ลดการพึ่งพาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลง

ประการที่สาม ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแออัดมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากได้ออกแบบให้รองรับผู้โดยสารเพียง 45 ล้านคน แต่ปี 2555 มีผู้โดยสารถึง 54 ล้านคน เนื่องจากมีความล่าช้าในโครงการก่อสร้างเพื่อขยายท่าอากาศยานให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านคน/ปี ทำให้เกิดปัญหาแออัดมาก รวมทั้งปัญหาเครื่องบินดีเลย์ทั้งในส่วนเครื่องบินดีเลย์เนื่องจากรอทางวิ่ง ปัญหาเครื่องบินต้องบินวนเพื่อรอแล่นลงจอด ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำมัน ผู้โดยสารรำคาญที่ต้องนั่งรถบัสเพื่อไปขึ้นเครื่องบินอีกต่อหนึ่ง

ขณะที่ท่าอากาศยานคู่แข่งได้เร่งก่อสร้างเพื่อขยายกิจการเป็นการล่วงหน้าเพื่อรอผู้โดยสาร โดยเฉพาะท่าอากาศยานชางกี แม้ในปี 2555 ผู้โดยสาร 51.2 ล้านคน ยังน้อยกว่าความสามารถ 66 ล้านคน/ปี ค่อนข้างมากก็ตาม แต่ได้เริ่มก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหมายเลข 4 แล้ว และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหมายเลข 1 ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารในปี 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 85 ล้านคน/ปี รวมทั้งประกาศก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหมายเลข 5 กำหนดแล้วเสร็จปี 2568 ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 130 ล้านคน/ปี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน