posttoday
สมองไหล-คนใหม่หายากโจทย์ใหญ่แบงก์ไทย

สมองไหล-คนใหม่หายากโจทย์ใหญ่แบงก์ไทย

27 สิงหาคม 2556

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยถือเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง นับจากวิกฤตปี 2540

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยถือเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง นับจากวิกฤตปี 2540 ผลกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นทำลายสถิติทุกปี ปี 2553 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีกำไรสุทธิรวม 1.23 แสนล้านบาท ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.44 แสนล้านบาท ในปี 2554 และเพิ่มเป็น 1.73 แสนล้านบาท ดัชนีชี้วัดที่สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ได้ดีคือ การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกลุ่มธนาคารเปิดรับสมัครพนักงานใหม่ปีละ 2,000-3,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

สุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารมีแผนเปิดรับพนักงานใหม่ 4,500 อัตรา สูงสุดนับจากปี 2540 โดย 1 ใน 3 จะเป็นพนักงานที่รับเข้ามารองรับปริมาณงานและเครือข่ายสาขาที่เพิ่มขึ้น และ 2 ใน 3 เป็นการรับเข้ามาเพื่อทดแทนคนเก่าที่เกษียณอายุหรือลาออก โดยเฉพาะปัญหาพนักงานลาออกไปอยู่กับคู่แข่ง ลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง กระทั่งลาออกไปอยู่กับบริษัทลูกค้าที่เคยดูแล ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของธนาคาร

“ค่านิยมของคนจบใหม่ คือ ไม่อยากทำงานประจำ หรือถ้าทำก็จะเลือกงานในธุรกิจประเภทอื่น ความมั่นคงซึ่งเคยเป็นจุดแข็งของธุรกิจธนาคารถูกมองข้าม ทำให้ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาอัตราการลาออกของพนักงานเพิ่มขึ้นจาก 45% เป็นมากกว่า 10% ต่อปี” สุรศักดิ์ ระบุ

สุรศักดิ์ ระบุว่า ธุรกิจธนาคารมีอัตราการเติบโตในระดับสูงและภาวะขาดแคลนบุคลากรภาคการเงินการธนาคาร ทำให้เกิดปรากฏการณ์แย่งการชิงตัวบุคลากร ซึ่งบุคลากรที่มีการแย่งตัวกันมากขณะนี้ คือ เจ้าหน้าที่สาขา เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ ตามแนวโน้มการขยายเครือข่ายสาขาเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้นของธนาคารและการเข้าสู่เออีซี ถ้าคุณสมบัติได้จะให้ราคามากกว่าที่เดิม 50-100%

ทั้งนี้ จากการสำรวจอัตราการลาออกผ่านโทรศัพท์ในกลุ่มพนักงานธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารที่มีอัตราลาออกของพนักงานสูงสุด คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 8.8% อันดับ 2 ธนาคารกสิกรไทย 8.45% อันดับ 3 ธนาคารไทยพาณิชย์ 7.02% อันดับ 4 ธนาคารกรุงเทพที่ 5% และธนาคารกรุงไทยที่ 1.47%

สุรศักดิ์ กล่าวว่า การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กร หรือการสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของธุรกิจธนาคารที่ปรับตัว เช่น ปัจจุบันคนจบใหม่ให้ความสำคัญกับผลตอบแทนเป็นอันดับแรก ดังนั้น ธนาคารจึงปรับเพิ่มค่าตอบแทนพนักงานแรกเข้าเป็น 1.45 หมื่นบาทต่อเดือน บวกค่าครองชีพ 2,500 บาท ไม่รวมโบนัส

นอกจากนี้ จะต้องมีปรับขั้นตอนการรับสมัครให้สั้นลง ทั้งเอกสาร การสัมภาษณ์ และการต่อรองผลตอบแทน โดยกระบวนการทั้งหมดต้องเสร็จภายใน 3 วัน อีกทั้งเมื่อพนักงานถูกดึงตัวไปที่อื่นก็ต้องสู้ราคา

“การแข่งขันแยกตัวบุคลากรในภาคธนาคารที่รุนแรงจะนำไปสู่ภาวะที่ธนาคารต้องจ่ายผลตอบแทนในระดับที่เกินกว่าความสามารถที่แท้จริงของพนักงาน เพราะเมื่อธนาคารหนึ่งขยับทั้งอุตสาหกรรมจะขยับตาม จนมาเริ่มต้นนับที่ศูนย์กันใหม่ไม่จบไม่สิ้น ซึ่งถือเป็นภาวะที่น่ากังวล” สุรศักดิ์ทิ้งท้ายสุรศักดิ์ กล่าวว่า โครงสร้างบุคลากรของธนาคารในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ทั้งในเชิงเพศ อายุและรุ่น โดยพบว่าปัจจุบันธนาคารมีพนักงานหญิงในสัดส่วนถึง 60 % ต่างจาก 12 ปีก่อนที่พนักงานชายมีสัดส่วนถึง 70 % ขณะที่ในเชิงอายุก็พบว่ากลุ่มที่มีสัดส่วนสูงที่สูงในปัจจุบันที่ 38 % คือ คนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ต่างจาก 1-2 ปีก่อนที่กลุ่มคนอายุ 40-50 ปีมีสัดส่วนถึง 55 % และโจทย์ที่เปลี่ยนไป คนจบใหม่จะมองที่ผลตอบแทนเป็นอันดับแรก ดังนั้น ธนาคารได้มีการปรับผลตอบแทนแรกเข้าสำหรับพนักงานใหม่ขึ้นเป็น 14,500 บาท บวกค่าครองชีพอีก 2,500 บาท ไม่รวมโบนัส พร้อมสนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้พนักงานรุ่นใหม่ เช่น การมีสัญญาณไวไฟ ให้ใช้ในที่ทำงาน

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ปรับขั้นตอนการรับสมัครงานใหม่ให้สั้นลงทั้งในเชิงเอกสาร การสัมภาษณ์และต่อรองผลตอบแทน โดยกระบวนการทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 3 วัน และเมื่อพนักงานถูกดึงตัวในบางครั้งก็ต้องสู้ราคากับคู่แข่ง

“การแข่งขันแย่งตัวด้านบุคลากรในภาคธนาคารที่รุนแรงขณะนี้ จะนำไปสู่ภาวะที่ธนาคารต้องจ่ายผลตอบแทนในระดับที่เกินกว่าความสามารถที่แท้จริงของพนักงาน เพราะเมื่อธนาคารหนึ่งขยับทั้งอุตสาหกรรมจะขยับตาม จนมาเริ่มต้นนับที่ศูนย์กันใหม่ไม่จบไม่สิ้น ซึ่งถือเป็นภาวะที่น่ากังวลและไม่ได้กำลังเกิดเฉพาะกับธุรกิจธนาคารเท่านั้น แต่กำลังภาคธุรกิจอื่นๆก็กำลังประสบเช่นกัน”สุรศักดิ์กล่าว

การแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนที่เกิดขึ้นนี้คงต้องย้อนกลับไปดูถึงโครงสร้างระบบการศึกษาซึ่งเป็นแหล่งผลิตแรงงานป้อนสู่ตลาดว่าปัจจุบันตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างเพียงพอหรือไม่ หากอุตสาหกรรมใดขาดแคลนต้องได้รับการส่งเสริมเร่งผลิตให้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุในเชิงโครงสร้างยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นภาพการนำเข้าแรงงานต่างชาติเข้าขับเคลื่อนธุรกิจไทย ก่อนอาเซียนจะเปิดเสรีก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน