
กสิกรปรับตัวรับมือศก.จีน
ลดเป้าหมายการปล่อยกู้ในแดนมังกรเน้นบริการค้าระหว่างประเทศลดสุ่มเสี่ยง
ลดเป้าหมายการปล่อยกู้ในแดนมังกรเน้นบริการค้าระหว่างประเทศลดสุ่มเสี่ยง
“เคแบงก์” ปรับแผนรับมือเศรษฐกิจมังกร ลดเป้าปล่อยกู้บุกธุรกิจเทรดไฟแนนซ์
นายพิพิธ เอนกนิธิ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจจีน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารได้มีการปรับแผนเติบโตธุรกิจในจีนของปีนี้ใหม่ โดยลดเป้าหมายสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 2,800 ล้านหยวน ลงมาอยู่ที่ 2,200 ล้านหยวน ขณะเดียวกัน จะหันไปมุ่งเน้นการให้บริการด้านธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ หรือเทรดไฟแนนซ์ ระหว่างธุรกิจไทยกับมณฑลกวางตุ้งของจีนแทนการเติบโตสินเชื่อ
นายพิพิธ กล่าวว่า การปรับแผนชะลอการเติบโตในจีนของธนาคารครั้งนี้ ถือเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันที่เริ่มมีอัตราการขยายตัวช้าลงตามนโยบายของผู้นำจีนที่ต้องการเติบโตเศรษฐกิจในเชิงคุณภาพและให้ความสำคัญกับการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น หลังจากเศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างร้อนแรงมาระยะหนึ่งจนเริ่มมีความเสี่ยงสูงขึ้น
“เราจะปรับบทบาทในจีนจากที่เคยเป็นผู้เล่นในตลาดสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำมาเป็นผู้นำด้านบริการเทรดไฟแนนซ์เพื่อลดความเสี่ยง เพราะเราไม่อยากโตเร็วหรือโตมากไปในช่วงนี้ ส่วนเรื่องผลกำไรยังไม่ได้คาดหวังอะไร ขอแค่พออยู่ได้ไม่ขาดทุนก็พอ” นายพิพิธ กล่าว
นายพิพิธ กล่าวว่า ธนาคารจะมีเวลาราว 34 เดือนจากนี้ ลงทุนพัฒนาระบบการให้บริการด้านเทรดไฟแนนซ์ระหว่างไทยจีนให้แน่นขึ้น เพื่อรองรับปริมาณการให้บริการที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากธนาคารได้วางเป้าหมายจะเพิ่มปริมาณธุรกรรมการค้าที่ผ่านสาขาเสิ่นเจิ้น จากปัจจุบันที่มีมูลค่าอยู่ราว 600 ล้านหยวน ให้เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ล้านหยวน ภายในปี 2557
นายพิพิธ กล่าวว่า สำหรับแผนการยื่นขอยกระดับเป็นธนาคารท้องถิ่นจากธนาคารกลางจีนนั้น ธนาคารคงจะยังไม่พิจารณาเปิดสาขาใหม่ในประเทศจีนเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ เนื่องจากสถานการณ์ในเวลานี้ยังอยู่ในช่วงฝุ่นตลบ โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเอาตัวรอด
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีสาขาอยู่ในประเทศจีน 2 แห่ง ได้แก่ สาขาเสิ่นเจิ้นและสาขาเฉิงตู เน้นรับฝากเงินจากลูกค้ารายใหญ่ 1 ล้านหยวนขึ้นไป และปล่อยกู้สินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นหลัก







