posttoday
ศก.เผชิญความเสี่ยงเพียบ

ศก.เผชิญความเสี่ยงเพียบ

24 สิงหาคม 2556

เดือนก.ย.นี้ธนาคารโลกปรับลดจีดีพีลงแน่ เงินทุนยังดาหน้าไหลออกบาทหลุด34

เดือนก.ย.นี้ธนาคารโลกปรับลดจีดีพีลงแน่ เงินทุนยังดาหน้าไหลออกบาทหลุด34

เศรษฐกิจยังเสี่ยงหลายด้าน ระวังค่าเงินลงลึกถึง 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังขยายตัวได้ 3.54.5% แต่มีความเสี่ยง 3 ด้านในช่วงครึ่งปีหลัง ที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวไม่ถึง 4% คือความเสี่ยงจากการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนต่ำกว่า 7% เหลือ 6% ปัญหาดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล และขีดความสามารถของประเทศได้ถดถอยลง

นายสมชาย ยังกล่าวถึงการลงทุนในตลาดหุ้นว่า เข้าสู่ช่วงขาลงและจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ส่วนค่าเงินบาทคาดว่าจะอ่อนค่าต่อเนื่องลงไปถึงระดับ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะผลกระทบจากเงินทุนไหลออก การส่งออกลดลง และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสูง แต่เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาดูแลให้เงินบาทมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เติบโตต่ำกว่า 10 ประเทศในอาเซียนมาก ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบสะท้อนถึงความไม่มีเสถียรภาพทางด้านการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมแนวทางสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก สำนักงานประจำประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารโลกเตรียมออกรายงานเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย.นี้ โดยจะปรับประมาณการเศรษฐกิจลง เพราะตัวเลขหลายอย่างชี้ว่าเศรษฐกิจไทยไม่เติบโตอย่างที่คาดไว้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลมีการดูแลเพื่อไม่ให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอยู่แล้ว และมีแผนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังแล้ว เช่น เรื่องการเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ

ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ปิดที่ 31.9131.93 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากเปิดตลาดที่ระดับ 32.0232.04 บาทต่อเหรียญสหรัฐ นักบริหารเงินต่างระบุว่าการปรับแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเป็นเพียงช่วงสั้น ไม่ใช่มีแนวโน้มกลับมาแข็งค่า เพราะที่แข็งค่าขึ้นมาจากการแทรกแซงของทางการ

ดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผันผวนหนัก ช่วงเช้าปรับตัวขึ้นไปสูงสุด 1,370.40 จุด โดยเพิ่มขึ้น 18.59 จุด แต่ไหลลงช่วงบ่ายจนปิดตลาดใกล้จุดต่ำสุดของวันที่ 1,338.13 จุด ลดลง 13.68 จุด หรือลดลง 1.01% มูลค่าการซื้อขาย 4.62 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติและโบรกเกอร์ขายอีก 547 ล้านบาท และ 2,415 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายตราสารหนี้ในทุกช่วงอายุถึง 6,679 ล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส ให้ความเห็นว่า ดัชนีหุ้นในสัปดาห์หน้ายังคงเผชิญกับแรงขายต่อเนื่อง เพราะเงินทุนไหลกลับไปในยุโรปและสหรัฐที่มีผลตอบแทนสูงกว่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน