posttoday
ให้โอกาสไหม

ให้โอกาสไหม

22 สิงหาคม 2556

โดย...เสาวนีย์ สุวรรณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน ก.ล.ต. /[email protected]

โดย...เสาวนีย์ สุวรรณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมความรู้ด้านการเงิน ก.ล.ต. /[email protected]

มีคำถามตามมาเมื่อหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งน่าสนใจสำหรับผู้ที่เข้าไปซื้อไว้แล้ว และผู้ที่มองๆ หุ้นลักษณะนี้อยู่ รวมถึงหากในอนาคตมีหุ้นอย่างนี้ออกมาเสนอขายอีกค่ะ

หลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชน ก.ล.ต. เน้นที่การเปิดเผยข้อมูล โดยไม่มีเรื่องฐานะการเงินเป็นปัจจัยในการพิจารณา บริษัทจะต้องบอกถึงธุรกิจ ความเสี่ยง โครงการในอนาคต งบการเงินย้อนหลัง และการจัดการโดยละเอียด รวมทั้งมีที่ปรึกษาทางการเงินร่วมดูแลการเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างและเพียงพอให้ผู้ลงทุนใช้ตัดสินใจ

จากนั้นบริษัทจึงนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์มีเกณฑ์ให้เลือกใช้ 2 เกณฑ์ คือ เกณฑ์กำไรสุทธิ โดยบริษัทต้องมีกำไรสุทธิต่อเนื่อง 2 ปี หรือ 3 ปีล่าสุดรวมกันไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และปีล่าสุดต้องมีกำไรไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และมีกำไรสะสม และทางเลือกที่ 2 คือ เกณฑ์มาร์เก็ตแคป (Market Capitalization) โดยแทนที่จะดูผลประกอบการที่ผ่านมาของบริษัท แต่ดูขนาดของมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดแทน ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท

เกณฑ์มาร์เก็ตแคปถือเป็นเรื่องใหม่ของตลาดทุนไทย เกณฑ์เพิ่งเริ่มใช้เมื่อเดือน พ.ย. 2555 แต่มีมานานแล้วในต่างประเทศ เช่น ตลาดเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น เกณฑ์นี้เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีศักยภาพที่จะเติบโตในระยะยาว แต่ยังขาดทุนในช่วงต้น ซึ่งมักจะเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในช่วงแรก และต้องใช้ระยะเวลากว่าจะมีกำไร เช่น ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม เทคโนโลยี และบริษัทที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ให้สามารถระดมทุนในตลาดหุ้น เพื่อขยายธุรกิจ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ และหากตลาดทุนไทยไม่เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีอนาคต มีศักยภาพ หรือบริษัทที่จะส่งเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศได้ระดมทุนแล้ว บริษัทเหล่านี้อาจออกไปจดทะเบียนซื้อขายในต่างประเทศแทน

ในด้านของผู้ลงทุน สำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจของบริษัท และต้องการมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของบริษัทด้วยต้นทุนที่ไม่สูงนัก เหมาะที่จะศึกษาข้อมูลของหุ้นลักษณะนี้ไว้ เพราะหากรอจนถึงวันที่บริษัทมีกำไร ตอนนั้นผู้ลงทุนจะต้องจ่ายค่าหุ้นด้วยราคาที่แพงขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

การจะตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทที่ใช้เกณฑ์มาร์เก็ตแคป (Market Capitalization) ผู้ลงทุนจะต้องศึกษาและวิเคราะห์ ประเมินข้อมูลมากหน่อยค่ะ (ความจริงไม่ว่าหุ้นลักษณะไหนก็ต้องทำการบ้านเช่นกัน) สิ่งสำคัญอันดับแรกคืออ่านหนังสือชี้ชวน ซึ่ง ก.ล.ต. ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างและเพียงพอให้ผู้ลงทุนใช้ตัดสินใจ โดยสิ่งที่ต้องอ่าน ได้แก่

(1) ข้อมูลส่วนสรุป (Executive Summary) จะบอกว่าหุ้นนี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคปหรือไม่ หากใช่ ผู้ลงทุนรับได้ไหม เพราะบริษัทอาจจะขาดทุนไปอีกระยะหนึ่ง โอกาสที่จะจ่ายเงินปันผลหรือราคาหุ้นที่จะขยับขึ้นสูงในระยะเวลาอันใกล้อาจจะไม่มี

(2) ศึกษาโครงการ (หัวข้อภาพรวมการประกอบธุรกิจ) โดยละเอียด บริษัทที่ยังทำกำไรไม่ได้มักอยู่ระหว่างดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่|ต้องใช้เงินลงทุนสูง โดยทั่วไปจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดเท่าไร โครงการจะเสร็จและรับรู้รายได้เมื่อใด และจะทำกำไรได้ขนาดไหน โดยผู้ลงทุนต้องประเมินว่าตัวเลขที่บริษัทกล่าวมาทั้งหมดมีความเป็นไปได้แค่ไหน ข้อสมมติฐานน่าเชื่อถือหรือไม่ รอไหวหรือเปล่า และยอมรับได้ขนาดไหนหากโครงการไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์

(3) อ่านปัจจัยความเสี่ยง เน้นดูเพื่อวิเคราะห์โอกาสที่ความเสี่ยงนั้นจะเกิด และผลลัพธ์ที่จะตามมาหากเกิดขึ้นจริง

สิ่งที่จะพลาดไม่ได้คือ งบการเงินของบริษัท ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายว่ากำไรหรือขาดทุนอาจไม่ได้ให้ความหมายที่สำคัญแต่อย่างใด หากเราไม่รู้ว่ากำไรหรือขาดทุนนั้นมาจากอะไรค่ะ สำหรับบริษัทที่ขาดทุนเราจะเห็นได้จาก 4 รายการว่าอะไรเป็นสาเหตุ ซึ่งได้แก่ ต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ดอกเบี้ย และภาษี ถ้าทำโครงการขนาดใหญ่คงต้องกู้เงินจำนวนมาก ทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากจนทำให้บริษัทขาดทุน การเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนไปชำระหนี้ ก็อาจทำให้ผลประกอบการไม่ขาดทุนหรือติดลบในงวดบัญชีต่อไปก็ได้ค่ะ

อีกประการหนึ่งที่ผู้ลงทุนต้องตระหนักคือ การลงทุนในหุ้น IPO ไม่ได้ทำให้ผู้ลงทุนมีกำไรอย่างรวดเร็วเสมอไป ควรศึกษาให้เข้าใจหุ้นนั้นอย่างถ่องแท้ก่อน หากยังไม่มั่นใจก็ไม่จำเป็นต้องรีบจองซื้อ รอดูสถานการณ์แล้วค่อยซื้อเมื่อหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดรอง ซึ่งตอนนั้นจะมีบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ออกมาให้ข้อมูลช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ที่สำคัญถ้าคิดจะรักหุ้นมาร์เก็ตแคปจริงต้องมองเห็นอนาคต ให้โอกาส และถือกันยาวๆ นะคะ

“ก.ล.ต. อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา