
เกษตรหารือเอกชนพัฒนาโคนมทั้งระบบพรุ่งนี้
ก.เกษตร เตรียมหารือภาคเอกชนพัฒนาอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ รับการเปิดเสรีการค้า
ก.เกษตร เตรียมหารือภาคเอกชนพัฒนาอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ รับการเปิดเสรีการค้า
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาโคนมทั้งระบบ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 23 ส.ค. จะหารือกับภาคเอกชนในแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมนมของประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมนมของไทยยังผลิตเพียงนมยูเอชทีและนมพาสเจอร์ไรซ์เท่านั้น ทำให้มูลค่าตลาดนมของไทยยังมีไม่มาก ซึ่งผลการรับฟังจะนำมาจัดทำเป็นแนวทางการพัฒนาการแข่งขันในอนาคต เพื่อรับมือกับการเปิดเสรีการค้า ทั้งในระดับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) หรืออาเซียนบวกสามและอาเซียนบวกหก
“ทั้งนี้จะหารือถึงทิศทางการพัฒนาว่าควรจะเดินไปอย่างไร และควรจะมีโครงการอะไรเพื่อเพิ่มสายการผลิตนมให้ได้มากกว่า 2 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวเองกับนมดิบ เช่น หางนมหรือไขมันอื่น เพื่อเพิ่มมูลค่าของนม รวมไปถึงความเป็นไปได้ของการตั้งโรงงานผลิตนมผงในประเทศ เนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนมีการนำเข้านมผงปีละ 5.7 หมื่นตัน รวมทั้งนำเข้าหางนมและผลิตภัณฑ์อื่นอีกจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าโอกาสของตลาดนมและผลิตภัณฑ์ ยังมีอยู่มาก และจุดนี้ไทยควรจะทำอะไรเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว“ นายยุคล กล่าว
นายยุคล กล่าวว่า ปริมาณน้ำนมดิบในประเทศประมาณ 1.3 ล้านตันต่อปี ส่วนมากใช้ผลิตนมโรงเรียน ขณะที่อนาคตปริมาณเด็กนักเรียนจะลดลง การส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จะเป็นกลไกสำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การขยายตลาดนมของไทยในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมนมของไทย มีปัญหาเรื่องต้นทุนสูง เมื่อเทียบกับนิวซีแลนด์และออสเตรเลียที่ต้นทุนถูกกว่า รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่ปัจจุบันเริ่มขยายการผลิต เช่น เวียดนามและกัมพูชา ดังนั้นให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลค์บอร์ด ไปศึกษารายละเอียดหากจะปรับขึ้นราคานมดิบอีก 1.31 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำนมดิบขึ้นไป 19.30 บาทต่อกก. ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนนมทั้งระบบ







