posttoday
Be what’s next มองหาสิ่งใหม่

Be what’s next มองหาสิ่งใหม่

22 สิงหาคม 2556

วันนี้ผมขอเริ่มด้วยคำพูดดีๆ ของ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ประโยคหนึ่งที่อาจสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านที่กำลังท้อแท้กับตลาดส่งออกเดิมๆ ที่ซบเซาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คำพูดนั้นคือ “Be what’s next มองหาสิ่งใหม่”

วันนี้ผมขอเริ่มด้วยคำพูดดีๆ ของ สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ประโยคหนึ่งที่อาจสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านที่กำลังท้อแท้กับตลาดส่งออกเดิมๆ ที่ซบเซาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คำพูดนั้นคือ “Be what’s next มองหาสิ่งใหม่”

สตีฟ จ็อบส์ บอกว่า “มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นเสมอ จงเรียนรู้ อย่าคร่ำครวญกับสิ่งที่สูญเสียไป และอย่าฟูมฟายกับอดีตที่จบไปแล้ว เราควรคิดถึงสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตของเราที่รอการค้นพบ บางครั้งก้าวแรกอาจจะแสนยาก แต่จงเริ่มต้นทำ และความสำเร็จจะเกิดขึ้นตามมา” ที่ผมยกคำพูดของ สตีฟ จ็อบส์ ขึ้นมาในเวลานี้ เพราะอยากให้ผู้อ่านลองพิจารณาตลาดใหม่ๆ ใกล้ตัวดูบ้าง อาจเป็นโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจของท่านบ้าง

เมื่อดูภาพรวมของการส่งออกของไทยขยายตัวเพียง 0.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 และการส่งออกไปยังตลาดส่งออกหลักๆ คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และญี่ปุ่น หดตัวลง บางตลาดหดตัวลงถึง 10% รวมทั้งแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปีก็ยังดูไม่ค่อยสดใส เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ก็ยังไม่มีความแน่นอนอยู่มาก นอกจากกระทบต่อกำลังซื้อแล้ว ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทผันผวนได้อีก ผู้ส่งออกไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือ SMEs จึงอาจต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจหรือบางท่านอาจต้องเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจแล้วทำไมการส่งออกยังขยายตัวได้ในปีนี้ เพราะตลาดอาเซียนและออสเตรเลียเติบโตเพิ่มขึ้น 56% และตลาดอาเซียนมีสัดส่วน 25% ของมูลค่าการส่งออกของไทย ซึ่งในปี 2555 มีมูลค่าการส่งออกเท่ากับ 1,758,212.8 ล้านบาท และเมื่อเจาะกันลึกๆ แล้วจะเห็นว่าการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงของเรา 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย สหภาพเมียนมาร์ กัมพูชา และลาว มีมูลค่าถึง 1 ใน 3 ของการส่งออกไปตลาดอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 556,977 ล้านบาท

ตลาดเพื่อนบ้านของเรานี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวเฉลี่ย 910% ต่อปี เพิ่มจากปี 2552 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกเพียง 366,117 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวแบบก้าวกระโดด สวนทางกับแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นที่กำลังซบเซาลง และสะท้อนให้เห็นว่าโอกาสการเปิดตลาดการค้าชายแดนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการส่งออกยังสดใส และเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก จนไม่ควรที่จะมองข้าม

การส่งออกไปยังมาเลเซียมีแนวโน้มชะลอตัวลงมาก โดยติดลบถึง 20% ในปีที่ผ่านมา ปัจจัยหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คงเกิดจากปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สวนทางกับเมียนมาร์หรือพม่า ลาว และกัมพูชา ที่กลายเป็นดาวดวงใหม่ที่ทำมาค้าขายกับไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยลาวมีอัตราการขยายตัวสูงสุดถึง 34% รองลงมาเป็นกัมพูชา 27% และพม่าขยายตัว 16% ทำให้เห็นได้ว่าพื้นที่ชายแดนทางภาคตะวันออก ตะวันตก อีสาน และเหนือของไทย ยังมีโอกาสการเติบโตทางการค้าสูง

นอกจากนี้ 3 ประเทศนี้ยังจะเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยจะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าและการลงทุน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 และเป็นฐานการผลิตใหม่ในการส่งออกและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากคู่ค้าเดิม เช่น GSP ที่รวมถึงการรับมือคู่แข่งขันรายใหญ่จากต่างประเทศที่กำลังเข้ามาอย่างในตลาดพม่า ตอนนี้ไทยยังมีการค้ากับพม่าไม่สูงนัก แต่หลังจากพม่าเปิดประเทศแล้ว ตลาดนี้มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก เพราะมีประชากรจำนวนมากพอๆ กับไทย อีกทั้งยังมีทรัพยากรธรรมชาติสูง และสำคัญยังเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนขนาดใหญ่ของอาเซียน ที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องอาศัยความได้เปรียบต่างๆ เช่น การมีพรมแดนติดกับพม่าเป็นระยะทางที่ยาวมาก และมีจุดผ่านแดนที่สำคัญหลายจุด เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องรีบเข้าไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจให้โดยเร็ว

ในส่วน ลาว และกัมพูชา ผู้ประกอบการไทยก็มีโอกาสมากเช่นกัน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความต้องการสินค้าจากไทยสูง ซึ่งในเรื่องตัวสินค้า เป็นจุดเด่นและจุดขายของสินค้าไทยทีเดียว เพราะชื่อเสียงของสินค้าเมดอินไทยแลนด์ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเรานี้ได้รับการยอมรับและถือว่ามีมาตรฐานที่ดี ตลาดเหล่านี้นิยมสินค้าไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เช่น สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก ยาสีฟัน รวมถึงสินค้าคงทน หรือสินค้าในกลุ่มฟุ่มเฟือยก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องดื่มและอาหารสุขภาพ เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังมีเศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อบริโภคสินค้าหรูหราเพิ่ม หรืออาจใช้ทั้ง 2 ประเทศเป็นช่องทางการค้าผ่านไปยังประเทศที่ 3 เนื่องจาก ลาว สามารถเชื่อมต่อกับทางประเทศจีนตอนใต้และเวียดนาม หรือกัมพูชาที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโอกาสการค้าและการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้จะเปิดกว้างมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs จำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ข้อมูลด้านการค้าและลงทุนให้ดีก่อน โดยเฉพาะกฎระเบียบในแต่ละประเทศที่แตกต่าง และมีลักษณะเฉพาะตัวมาก รวมถึงต้องปรับมุมมองให้กล้าที่จะเข้าไปทำการค้าและลงทุนกับประเทศเหล่านี้ เพราะการค้าชายแดนหรือการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง การเปิดเกมรุกในตลาดประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป หากผู้อ่านศึกษาและทำความรู้จักตลาดต่างๆ เหล่านี้อย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท