
ผวาเศรษฐกิจจีนทรุดฉุดจีพีดีไทยหดหัวทิ่ม
สศค.แหยงเศรษฐกิจจีนหากโต 5.1% ฉุดกระชากให้จีพีดีไทยโตได้แค่ 2.7%
สศค.แหยงเศรษฐกิจจีนหากโต 5.1% ฉุดกระชากให้จีพีดีไทยโตได้แค่ 2.7%
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในเดือน ก.ย.นี้ สศค.จะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจจีนอีกครั้ง หลังจากไตรมาสแรกโต 7.7% และไตรมาส 2 ตัวเลขเศรษฐกิจจีนลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ 7.5% ทำให้เศรษฐกิจจีนครึ่งปีแรกเติบโต 7.6% จึงคาดว่าปีนี้จะไม่เห็นการเติบโตเศรษฐกิจจีนเป็นเลขสองหลักอีกแล้ว
น.ส.กุลยา กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมีการติดตามและประเมินเศรษฐกิจจีนอย่างใกล้ชิด เพราะหากอัตราการเติบโตเศรษฐกิจจีนลดลงจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย เนื่องจากไทยส่งออกจีนคิดเป็นสัดส่วน 11.7% ของการส่งออกทั้งหมด และไตรมาส 2 การส่งออกไทยไปจีนก็ติดลบ 13.4%
อย่างไรก็ดี สศค.ได้คาดการณ์กรณีเลวร้ายที่สุด หากเศรษฐกิจจีนทั้งปีเหลือ 5.1% จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตลดลง 1.3% จากที่คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจอยู่ที่ 4% จะลดเหลือ 2.7% แต่ก็คาดว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นก็จะกระทบการส่งออกและนักท่องเที่ยวจีนมาไทยลดลง
น.ส.กุลยา กล่าวว่า สถานการณ์ในจีนจะส่งผลกระทบระยะสั้นต่อภาคการส่งออกของไทย แต่หากมองระยะกลางหรือระยะยาว เศรษฐกิจจีนยังมีโอกาสโตอย่างยั่งยืน และจะเป็นโอกาสของไทยที่จะต้องรักษาเอาไว้ ฉะนั้นหากรัฐบาลไทยได้ลงนามที่เกี่ยวข้องกับจีน เช่น เปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ก็ควรประกาศให้ภาคธุรกิจได้รับรู้ในวงกว้าง เพราะการสื่อสารอาจไปไม่ถึงธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่อาจเป็นอุปสรรค
จางเฉิงซือ หัวหน้าภาควิชาการเงินและการคลัง มหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (กรุงปักกิ่ง) กล่าวว่า เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่ก่อให้เกิดวิกฤตครั้งใหม่ แต่ผู้ประกอบการต้องมองประเมินภาพรวมข้างหน้าให้ถูกต้อง ขณะที่เศรษฐกิจโลกขณะนี้ตกต่ำมากเป็นช่วงเลวร้ายที่สุด แต่คิดว่าจะฟื้นตัวเร็วขออย่าได้กังวลกับฟองสบู่เล็กๆ ในจีน







