posttoday
ไทย-ปากีสถานเร่งขยายการค้าเพิ่ม2เท่าใน5ปี

ไทย-ปากีสถานเร่งขยายการค้าเพิ่ม2เท่าใน5ปี

21 สิงหาคม 2556

นายกรัฐมนตรีไทย-ปากีสถานแสดงเจตนารมณ์ขยายการค้าระหว่างกันเพิ่ม 2 เท่าใน 5 ปี

นายกรัฐมนตรีไทย-ปากีสถานแสดงเจตนารมณ์ขยายการค้าระหว่างกันเพิ่ม 2 เท่าใน 5 ปี

การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ปากีสถาน (JTC) ครั้งที่ 1 ขึ้น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2556 ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายยรรยง พวงราช) เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน โดยกระทรวงพาณิชย์มีบทบาทหลัก ในการเร่งผลักดันให้การค้าขยายตัวตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ  ไทยและปากีสถานตกลงที่จะขยายความร่วมมือในด้านการจัดหาวัตถุดิบอัญมณีในปากีสถาน เนื่องจากเห็นว่า ปากีสถานเป็นแหล่งแร่ที่มีคุณภาพดี เช่น ทับทิบ แซฟไฟร์ มรกต โกเมน และควอตซ์ เป็นต้น ประกอบกับไทยมีความรู้ด้านการแปรรูปอัญมณี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ดังนั้นการร่วมมือกันในส่วนของการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจะส่งผลดีแก่ทั้งสองฝ่ายในการขยายตลาดและมูลค่าทางการค้าระหว่างกัน

ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล  ไทยต้องการมีความร่วมมือกับปากีสถานในด้านพัฒนาการผลิตและการตลาดอาหารฮาลาลให้เป็นมาตรฐานสากล  เพื่อขยายตลาดอาหารฮาลาลไปยังปากีสถานและกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและเอเชียกลาง นอกจากนั้น ไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายการส่งออกเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารฮาลาลไปปากีสถานได้เพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2012 ไทยได้ส่งออกเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมไปปากีสถาน มีมูลค่า 73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

การประมง  ปากีสถานเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ โดย ในปี 2555 ไทยนำเข้าสินค้าในส่วนของประมงเป็นมูลค่า 28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ ไทยมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการถนอมอาหาร จึงต้องการเข้าไปลงทุนจัดตั้งโรงงานแปรรูปและแช่แข็งสินค้าประมงในปากีสถาน  การร่วมมือทางเทคโนโลยีของไทยและทรัพยากรจากปากีสถาน จะส่งเสริมผลประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก

เทคโนโลยีการเกษตร  ไทยยินดีให้ความร่วมมือกับปากีสถานในด้านเทคโนโลยีการเกษตรในด้านการปลูกฝ้ายและผลไม้เมืองร้อน เนื่องจากไทยมีเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับสินค้าเกษตรที่สำคัญของปากีสถาน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์รวมทั้งขยายการค้าการลงทุนระหว่างไทยและปากีสถานให้เพิ่มยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถใช้กลไกการประชุม JTC เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

ไทยให้ความสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับตลาดใหม่ โดยกระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการตั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครการาจี เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจไทยในการขยายการค้าและการลงทุนในปากีสถาน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ ในการสนับสนุนให้การค้าการลงทุนระหว่างไทยและปากีสถานขยายตัวได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล

ปากีสถานเป็นประเทศเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ การค้าไทย-ปากีสถาน ครึ่งปีแรกของปี 2556 มีมูลค่า 563.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราขยายตัวจากระยะเดียวกันของปีก่อน 7.2% โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 446.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปากีสถานเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในแง่การค้าและการลงทุนของไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพขนาดใหญ่ ที่มีประชากรถึง 180 ล้านคน และเป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียกลาง ซึ่งมีประชากรรวมกันแล้วมากกว่า 300 ล้านคน โดยในปี 2555 ประเทศในกลุ่มเอเชียกลางเหล่านี้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 5.7% และมีรายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้มีแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน โดยตั้งเป้าหมายการค้าให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ปากีสถาน (Joint Trade Committee: JTC) ระหว่างรัฐมนตรีการค้าของทั้งสองฝ่าย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 เพื่อให้การค้าระหว่างกันขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย