posttoday
เคาะสูตรราคาอ้างอิงข้าว26เม.ย.

เคาะสูตรราคาอ้างอิงข้าว26เม.ย.

24 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — “พาณิชย์” เสนอ กขช. เลือกสูตรเกณฑ์ชดเชยราคาใหม่ 26 เม.ย.นี้ แก้ข้าวราคาตก หลังชาวนาโวยราคาอ้างอิงต่ำ ทำได้เงินชดเชยต่ำ

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์ราคากลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้ข้าวเปลือกว่า ที่ประชุมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณา เพื่อเลือกเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยราคาอ้างอิง ระหว่างแบบเดิมที่กำหนดราคาอ้างอิงจากราคาพื้นฐาน (ฟลอร์ ไพรซ์) หรือเกณฑ์ใหม่ที่คิดจากราคาตลาดในปัจจุบัน ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 26 เม.ย. นี้ โดยมี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ทั้งนี้ เป็นผลจากชาวนาได้ร้องเรียนว่าการใช้ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลประกาศทุก 7 วัน เป็นราคาที่ไม่สะท้อนความจริง จนทำให้ชาวนาได้ค่าชดเชยจากโครงการประกันรายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะราคาตลาดซื้อขายจริงต่ำกว่าราคาอ้างอิงมาก เพราะที่ผ่านมาราคาตลาดซื้อขายจริง ต่ำกว่าราคาอ้างอิงมาก ดังนั้นหากรัฐหันมาใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์ในการจ่ายเงินชดเชยให้ชาวนา จะช่วยลดความเดือดร้อนของชาวนาได้ระดับหนึ่ง

สำหรับราคาอ้างอิงที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน คำนวณจากราคาข้าวในอดีตย้อนหลัง 3 ปี รวมกับราคาเฉลี่ยปัจจุบันทุก 7 วัน และราคาในอนาคตที่นำมาจากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ซึ่งราคาพื้นฐาน ณ วันที่ 20 เม.ย. ข้าวเปลือกเจ้า 5% ความชื้น 15% ตันละ 8,918 บาท ทำให้ราคาอ้างอิงอยู่ที่ตันละ 9,142 บาท ชดเชยตันละ 858 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงในตลาดเฉลี่ยตันละ 7,0007,500 บาท

“ต้องให้ กขช.เลือกว่าจะใช้ราคาอะไรเป็นเกณฑ์ชดเชย ถ้าใช้ราคาอ้างอิงเดิม ชาวนาก็ได้ชดเชยน้อย แค่ตันละไม่ถึงพันบาท แต่ถ้าใช้ราคาตลาดก็ต้องชดเชยตันละ 2,800 บาท” นายยรรยง กล่าว

กระทรวงฯเตรียมเสนอให้เปิดจุดตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวจากชาวนาในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากและภาวะตลาดต่างประเทศมีความต้องการซื้อน้อยให้ โดยสำหรับวันที่ 25 เม.ย.นี้ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ จะเรียกผู้ส่งออก โรงสี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการประกันรายได้ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาประชุมเพื่อหารือแนวทางปฎิบัติการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาในราคานำตลาดและการปรับสูตรคำนวนราคาอ้างอิงข้าวให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์ กำหนดว่าการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงจะต้องให้โรงสีเป็นหน่วยงานซื้อข้าวจากชาวนา โดยโรงสีจะมีแรงจูงใจจากการรับซื้อข้าวในราคาพื้นฐานซึ่งสูงกว่าราคาตลาด คือ การได้ค่าสีแปรจากรัฐในอัตราใหม่คือตันละ 75 บาทซึ่งจะทำให้โรงสีมีงานทำและการสีแปรเป็นข้าวสารจะทำให้มีพื้นที่เก็บรักษาข้าวได้เพิ่มขึ้นกว่าการเก็บในรูปข้าวเปลือก นอกจากนี้แนวทางนำข้าวใหม่มาแลกข้าวเก่าจากสต๊อกรัฐบาล ซึ่งโรงสีได้ข้าวที่มีต้นทุนสูงกว่าของรัฐไปจำหน่ายในตลาดที่ต้องการข้าวเก่า และรัฐมีข้าวใหม่มาเก็บไว้โดยไม่ได้เป็นการเพิ่มปริมาณสต๊อกที่มีอยู่ปัจจุบัน

สำหรับปริมาณผลผลิตที่คาดว่าออกสู่ตลาดในช่วงนี้มีปริมาณ 1.8 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 1 ล้านตันข้าวสาร และตามแผนดึงราคาข้าวให้สูงขึ้นเชื่อว่ารัฐจะต้องซื้อข้าวจากตลาดประมาณ 5 แสนตันข้าวสาร ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อนำข้อมูลปริมาณผลผลิตของชาวนาวาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ใดบ้างเพื่อจะได้ประสานกับโรงสีในการเปิดจุดรับซื้อที่เหมาะสม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน