
ระดมแบงก์รัฐ-ต้นกล้าอาชีพซับน้ำตาราชประสงค์
ทุกหน่วยงานกำลังระดมสรรพกำลังในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ลูกจ้าง พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดแยกราชประสงค์ รวมถึงธุรกิจย่านสีลมที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน กรมการจัดหางาน และสำนักงานประกันสังคม เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานและผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์และสีลม ซึ่งมีโรงงานและบริษัทหลายแห่งปิดทำการชั่วคราวพร้อมทั้งให้รวบรวมผู้ที่เดือดร้อนในย่านสีลมด้วย
พร้อมทั้งได้สั่งการให้นำเงินกองทุนจากสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่มีวงเงินประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ฉุกเฉินให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุม โดยขณะนี้มีผู้เดือดร้อนได้มาลงทะเบียนขอความช่วยเหลือแล้ว 90 คน เป็นนายจ้าง 29 คน และลูกจ้าง 61 คน
นอกจากนั้น ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบการจากปิดกิจการในพื้นที่การชุมนุมนั้น สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการต้นกล้าอาชีพ วงเงิน 86 ล้านบาท โดยจะให้เบี้ยเลี้ยงลูกจ้างมาฝึกอบรมอาชีพวันละ 120 บาท เพราะบริษัทบางแห่งจ่ายเงินเดือนพนักงานประมาณ 75% ในกรณีหยุดให้บริการชั่วคราว แต่เชื่อว่าคงไม่เพียงพอกับรายจ่ายของบรรดาลูกจ้างที่เดือดร้อน และลูกจ้างนายจ้างสามารถลดการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมได้ตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง
สำหรับลูกจ้างที่อยากเปลี่ยนงานใหม่หรือออกจากงาน สำนักงานประกันสังคมจะเป็นผู้รับภาระจ่ายชดเชยการว่างงาน 50% ของรายได้นาน 3 เดือน และมาขึ้นทะเบียนเพื่อให้กระทรวงแรงงานจัดหางานให้
นายไพฑูรย์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้เตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือพนักงาน และสถานประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ จนทำให้สถานประกอบการหลายแห่งหยุดกิจการชั่วคราว ขาดรายได้ และพนักงานไม่มีงานทำนั้น ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมคนเสื้อแดงย่านราชประสงค์(ศชจ.) เพื่อรับเรื่องขอความช่วยเหลือ และยังเตรียมนำงบที่เหลือจากโครงการต้นกล้าอาชีพจำนวน 86 ล้านบาท มาช่วยเหลือ โดยหากต้องการฝึกงานกับโครงการต้นกล้าอาชีพจะได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท ส่วนผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงานทางกรมการจัดหางานจะให้ความช่วยเหลือ
ส่วนผู้ประกอบการหากการชุมนุมยืดเยื้อจนขาดสภาพคล่องสามารถแจ้งมาที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อขอใช้มาตรา 75 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในการจ่ายค่าจ้างลูกจ้างร้อยละ 75 ของอัตราเงินเดือน โดยที่ลูกจ้างไม่ต้องทำงาน อย่างไรก็ตามหากงบประมาณการช่วยเหลือจากโครงการต้นกล้าอาชีพไม่เพียงพอก็จะรวบรวมยอดผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเสนอของบประมานจากรัฐบาลมาเยียวยาต่อไป
สำหรับยอดผู้ประกอบการและพนักงานที่ได้รับผลกระทบและได้โทรศัพท์ และเดินทางมาลงทะเบียนขอความช่วยเหลือที่ศชจ. รวม 3 วัน จำนวน 90 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการ 29 ราย และลูกจ้าง พนักงาน 61 รายล่าสุดสถานการณ์การชุมนุมได้ลุกลามจากแยกราชประสงค์ไปจนถึงย่านสีลม ส่งผลให้สถานประกอบการหลายแห่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งจากการประเมินตัวเลขสถานประกอบการและจำนวนลูกจ้างในถนนสีลม พบว่ามีสถานประกอบการทั้งหมด 1,073 แห่ง ลูกจ้าง 28,066 คน ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจประเภทโรงแรม ร้านอาหาร สำนักงานให้เช่า เป็นต้น ทั้งนี้ ทางกรมสวัสดิการอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมนำมาตรการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีย่านราชประสงค์เป็นรายกรณีไปตามความรุนแรงของปัญหา เบื้องต้นคาดว่าจะมีการออกมาตรการระยะสั้น ได้แก่ การพิจารณาหยุดคิดเงินต้นและให้ผู้ประกอบการชำระเฉพาะดอกเบี้ย รวมทั้งอาจพิจารณาปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องด้วย
ด้านนายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธนาคารจะพิจารณายืดระยะเวลาในการชำระค่างวดออกไป 36 เดือน และอาจงดคิดเงินต้น โดยจะให้ลูกหนี้ชำระเฉพาะดอกเบี้ย สามารถมาแจ้งความประสงค์ขอประนอมหนี้ได้ที่ทุกสาขาของธนาคาร พบว่าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่ประกอบอาชีพรับจ้างและบริการในธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตามขณะนี้ ธอส. อยู่ระหว่างการพิจารณาออกมาตรการที่ชัดเจนเพื่อชี้แจงให้ผู้ที่รับผลกระทบทราบเร็วๆ นี้
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ซึ่งเป็นผลกระทบจากชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือลูกจ้างที่ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ สามารถมาขอรับความช่วยเหลือจากธนาคาร โดยธนาคารจะพิจารณาลดค่างวดในการผ่อนชำระสูงสุดถึง 40% ซึ่งเป็นมาตรการที่เคยออกมาเมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนั้น ธนาคารยังอยู่ระหว่างหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาทางด้านสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจห้างร้าน โรงแรม รวมถึงพนักงานลูกจ้างในแถบพื้นที่ราชประสงค์ สีลม และบริเวณใกล้เคียง อาจจะเป็นการยืดระยะเวลาการชำระหนี้ หรือลดการผ่อนชำระต่องวด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีมาตรการก่อนหน้านี้ในการช่วยเหลือเยียวยาในลักษณะดังกล่าวจากเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมืองในปีก่อน ซึ่งจะหมดอายุลงในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ ธนาคารอาจจะต่ออายุมาตรการดังกล่าวได้
สำหรับแนวโน้มผลกระทบต่อตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดผลกระทบในวงที่จำกัดเมื่อเทียบกับทั้งระบบ ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อปัญหา NPL ซึ่งในส่วนของลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องยังไม่เห็นสัญญาณที่จะกลายเป็น NPL เนื่องจากการจะเป็น NPL นั้น ต้องค้างการชำระ 90 วัน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่งผ่านมาในระยะเวลาประมาณ 30 วันเท่านั้น
นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ธนาคารฯยังคงมั่นใจว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปีนี้จะขยายตัวได้ 1517% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้เดิมโต 13% เนื่องจากในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา สินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารขยายตัวแล้วประมาณ 8% เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการต่ออายุมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล
ขณะที่แนวโน้มของไตรมาส 2/2553 ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ยอมรับว่าในเดือนเม.ย.ยอดผู้มาขอสินเชื่ออาจจะหดตัวลง แต่ถือว่าเป็นไปตามปกติ เนื่องจากในเดือนเม.ย.จะมีวันหยุดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีปัจจัยการชุมนุมทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนายภุชงค์ ตัณฑศรี ผู้อำนวยการที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เชื่อว่าทุกธนาคารยินดีช่วยเหลือลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากสาเหตุใด ถ้ามีปัญหาด้านรายได้ให้เข้ามาคุยกัน หากธนาคารตรวจสอบพบว่าลูกค้ามีปัญหาจริงๆ จะได้ปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระค่างวดออกไป อยากขอผ่อนน้อยลง แล้วผ่อนนานขึ้น หรือเงื่อนไขอื่นๆ ให้สอดคล้องกับรายได้
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารอนุญาตให้พนักงานกลับบ้านได้เร็วขึ้น โดยหัวหน้าแต่ละสายงานพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป หากพบว่าไม่มีงานที่ต้องทำเร่งด่วน หรือถ้ามีงานก็ให้รีบสะสางแล้วกลับบ้านได้เร็วขึ้น เพราะเกรงจะไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางกลับบ้าน ซึ่งก็มีพนักงานทยอยกลับไปบ้างแล้ว
อย่างไรก็ดี ธนาคารจะปิดบริการตามเวลาปกติ โดยเปิดทำการถึงเวลา 15.30 น. โดยจะยังมีพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์คอยให้บริการ
นางรัชนี นพเมือง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับลูกค้าและพนักงานเป็นลำดับสูงสุด โดยจะพยายามไม่ให้พนักงานเข้าไปทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีมาตรการตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ให้พนักงานทำงานที่สำนักงานสีลม ไปทำงานที่สำนักงานสำรอง เหลือไว้เฉพาะพนักงานที่คอยให้บริการลูกค้า โดยธนาคารยังคงให้บริการถึงเวลา 15.30 น.
สำหรับสาขาในบริเวณใกล้เคียงได้ลดอัตรากำลังลงเหลือครึ่งหนึ่งจากปกติ โดยแบ่งเป็น 2 ทีม สลับกันทำงาน แต่ธนาคารได้กำชับให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ สาขาย่อยตามถนนสีลม ได้แก่ สาขาย่อยอาคารยูไนเต็ด สาขาย่อยซอยคอนแวนต์ ตึกซีพี จะปิดทำการเร็วขึ้นเป็น 15.30 น. จากเวลาปกติที่จะปิด 17.00 น.
รายงานข่าวแจ้งว่า สาขาย่อยของธนาคารต่างๆ ที่อาคารซิลลิก เฮ้าส์ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงเทพ ตลอดจนสาขาธนาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บริเวณใกล้หัวถนนสีลม อาทิ ธนาคารยูโอบี ซีไอเอ็มบี (ไทย) ปิดทำการ
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้ประสานข้อมูลจากศูนย์เอราวัณ เพื่อตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บที่เป็นทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ว่ารักษาในโรงพยาบาลใดบ้าง และผู้ได้รับบาดเจ็บแต่ละรายทำประกันกับบริษัทใดบ้างเพื่อประสานงานกับบริษัทดูแลผู้ป่วย
ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่รักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนได้ประสานกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขณะนี้บริษัท อินทรประกันภัย กำลังเข้าไปช่วยดูแลรักษา ส่วนอีกคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยทำการรักษาและเดินทางกลับแล้ว
คปภ.ยังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจดูแลด้วยการใช้ระบบจีพีเอส ตรวจสอบอาคารต่าง ๆ บริเวณราชประสงค์ สีลม สาทร ซึ่งเป็นอาคารสาธารณะมีผู้เข้าไปทำงานจำนวนมากไม่ว่าห้างสรรพสินค้า โรงแรม สำนักงานต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละบริษัททำประกันอัคคีภัยและประเภทต่างๆหรือไม่
เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะให้บริษัทประกันภัยเร่งเข้าไปช่วยประสานงานและ ช่วยเหลือเรื่องความเสียหาย
สำหรับกรณีที่ผู้ร้ายใช้อาวุธอาร์พีจียิงถังน้ำมันขอ







