posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

20 สิงหาคม 2556

รับรองพันธุ์ข้าวใหม่

รับรองพันธุ์ข้าวใหม่

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรองพันธุ์ข้าวใหม่ 4 สายพันธุ์ ประกอบด้วย

1.พันธุ์ กข.18 ผสมระหว่างข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เป็นพันธุ์แม่ กับข้าวพันธุ์เจ้าหอมนิล ได้ข้าวเหนียวไวแสง ต้านทานโรคไหม้ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงบั่ว ผลผลิตเฉลี่ย 609 กก.ต่อไร่ เหมาะปลูกในพื้นที่นาน้ำฝนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

2.พันธุ์ กข 55 ผสมระหว่างข้าว กข 23 ข้าวพันธุ์เล็บนกปัตตานี และชัยนาท 1 ได้ข้าวไม่ไวแสง ผลผลิตเฉลี่ย 712 กก.ต่อไร่ ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ภาคใต้

3.พันธุ์ กข 53 เป็นข้าวเจ้าผสมเดี่ยว ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง ให้ผลผลิตสูง ต้านทานแมลงบั่ว ไม่เป็นข้าวเจ้าไม่ไวแสง ผลผลิตสูง 999 กก.ต่อไร่ เหมาะปลูกในพื้นที่นาชลประทานภาคเหนือ สามารถได้ทั้งปีนาและนาปรัง

4.ข้าวเจ้าลูกผสม พันธุ์ กข 3 เกิดจากการผสมระบบ 3 สายพันธุ์ เป็นข้าวเจ้าที่ไม่ไวต่อแสง ให้ผลผลิตสูงที่สุดในไทยที่ 1,415 กก.ต่อไร่ ผลิตเมล็ดพันธุ์ง่าย ถือเป็นพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีความต้านทานโรคไหม้ และเพลี้ยกระโดดหลังขาว เหมาะสำหรับปลูกในเขตนาชลประทานภาคกลาง

ทั้งนี้ คาดว่าจะผลิตเพื่อจำหน่ายได้ฤดูหน้า หรือในอีก 4 เดือน และคาดว่าจะได้รับความนิยมขึ้นใน 3 ปีจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีความนุ่มและหอม

โบ้ยซื้อเซต ท็อป บอกซ์ เลี่ยงจอดำ

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เปิดเผยว่าว่า การรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ ที่ออกอากาศผ่านช่อง 9 วันแรก 17 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น เกิดปัญหาประชาชนไม่สามารถรับชมได้ในบางพื้นที่นั้น ไม่ใช่ความผิดของใคร แต่เกิดจากปัญหาการใช้กล่องรับสัญญาณดาวเทียม (เซต ท็อป บอกซ์) รุ่นเดิมที่ไม่มีการเข้ารหัสสัญญาณไว้ แต่กล่องรุ่นใหม่จะมีการเข้ารหัสไว้ทำให้รับชมได้ตามปกติ ดังนั้น ประชาชนที่ต้องการรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อกล่อง เซต ท็อป บอกซ์รุ่นใหม่

ทางด้านประกาศของ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์ แครี) ที่กำหนดให้ฟรีทีวีต้องออกอากาศทุกช่องทางนั้น จะรวมถึงการออกอากาศผ่าน เซต ท็อป บอกซ์ ที่มีการเข้ารหัสไว้ด้วย

สั่งดีแทคคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยถึงผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค ตามมติที่ประชุม กทค.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การคิดค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2จี ในอัตราที่เกินกว่า 99 สตางค์นั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ดังนั้น จึงมีมติให้ผู้ให้บริการ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ต้องคืนเงินส่วนที่เก็บเกินไปนั้นให้แก่ผู้บริโภคที่ร้องเรียน

ทั้งนี้ ต้องจ่ายดอกเบี้ยของเงินส่วนเกินด้วย ในอัตรา 15% ตามอัตราที่บริษัทเรียกเก็บจากผู้บริโภคในกรณีที่ชำระค่าบริการล่าช้า โดยมตินี้เป็นการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้ร้องเพียงรายเดียว ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการของดีแทค แต่กรณีนี้ก็เป็นบรรทัดฐานว่า ผู้ให้บริการทุกรายที่มีหน้าที่ตามประกาศเรื่องอัตราขั้นสูงนั้น หากมีการเรียกเก็บเงินเกินกว่าอัตราที่ประกาศกำหนด และผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามา ก็ต้องถูกสั่งให้คืนเงินที่เก็บเกินไปนั้นพร้อมดอกเบี้ยเช่นเดียวกันทุกราย

อย่างไรก็ตาม กทค.ไม่ได้มีมติดังกล่าวเป็นการทั่วไป ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจึงต้องมาร้องเรียน และ กทค. ต้องพิจารณาเรื่องร้องเรียนเป็นกรณีไปซึ่งช่วยให้ไม่จำเป็นต้องมาร้องเรียนกันทุกคน และ กทค. ไม่ต้อง ซึ่งหาก กทค. มีมติออกมา สำนักงาน กสทช. ก็สามารถสั่งให้บริษัทที่คิดค่าบริการเกินดำเนินการคืนเงินแก่ผู้ใช้บริการทั้งหมด รวมทั้งได้ก็แจ้งให้สำนักงาน กสทช. เร่งรัดเสนอเรื่องร้องเรียนกรณีค่าบริการเกิน 99 สตางค์รายอื่นด้วย เพราะมีอีก 130 เรื่อง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน