
ยันมีแอลพีจีไม่ขาด
‘พงษ์ศักดิ์’เคาะนำเข้าเพิ่มอีก4หมื่นตันเดินหน้าขยับราคา1ก.ย.ตามแผน
‘พงษ์ศักดิ์’เคาะนำเข้าเพิ่มอีก4หมื่นตันเดินหน้าขยับราคา1ก.ย.ตามแผน
“พงษ์ศักดิ์” ยันโรงแยกก๊าซฯ ฟ้าผ่าไม่ทำแอลพีจีขาดแคลน เมินกลุ่มต้านขยับราคา ยันปรับขึ้นมีเหตุผล
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงกรณีโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 5 ของ ปตท. เกิดเหตุฟ้าผ่าทำให้ต้องหยุดเดินเครื่องการผลิตนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการจัดสรรของก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในประเทศแน่นอน
ทั้งนี้ ได้อนุมัติให้ ปตท.เพิ่มปริมาณการนำเข้าแอลพีจีทันที 1 ลำเรือ หรือ 4 หมื่นตัน จากเดิม 3 ลำเรือ 1.4 แสนตันต่อเดือน เป็น 1.8 แสนตันต่อเดือน
กรณีที่เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย จะเปิดเวทีกลางแจ้งหน้า ปตท.วันที่ 23 ส.ค. พร้อมนำมวลชนมาเรียกร้องให้ยกเลิกการปรับราคาแอลพีจีนั้น เป็นเรื่องของเอ็นจีโอที่จะดำเนินการ และต้องดูว่าทำเพื่อใคร และไม่มีประเด็นที่จะหารือด้วย
ทั้งนั้น ต้องทำความเข้าใจถึงหลักการของการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี เนื่องจากที่ผ่านมาใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนราคาและนำเข้าแอลพีจีมามากแล้ว
นายพงษ์ศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีปัญหาความไม่สงบในประเทศอียิปต์ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการสำรองน้ำมันตามกฎหมายอย่างเพียงพอ โดยไม่น่ามีผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศมากนักเพราะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว ดังนั้นปริมาณความต้องการใช้น้ำมันจะไม่ขยายตัว
ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน สภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันและเพื่อหาแนวทางจัดการกับปริมาณแอลพีจีป้อนให้กับภาคอื่นๆ ให้เพียงพอ
ในเบื้องต้นตกลงจะลดปริมาณการจัดสรรแอลพีจีให้กับโรงงานปิโตรเคมีให้มากที่สุด จากปัจจุบันที่โรงกลั่นฯ ผลิตแอลพีจี 8 หมื่นตันต่อเดือน และส่งให้ปิโตรเคมี 25 หมื่นตันต่อเดือน
ถึงกระนั้นการปรับเปลี่ยนนำแอลพีจีมาจำหน่ายให้กับภาคครัวเรือน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม อาจเกิดปัญหาในเรื่องระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งท่อและคลังเก็บ ซึ่งต้องดูรายละเอียดว่าจะดำเนินการมากน้อยเพียงใด
สำหรับการขอความร่วมมือให้โรงกลั่นฯ นำน้ำมันดิบมาผลิตแอลพีจีให้มากขึ้นนั้น นายสุรงค์ ยอมรับว่า ต้องใช้เวลานาน 2 เดือน
“เบื้องต้นในกลุ่มของโรงงานปิโตรเคมีรายใหญ่ เช่น ปูนซิเมนต์ไทย ก็พร้อมให้ความร่วมมือหากจะมีการลดการจ่ายแอลพีจีเข้าโรงงานปิโตรเคมีน้อยลง โดยจะหันไปใช้แนฟทาแทน แต่คงต้องมาหารือถึงแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน” นายสุรงค์ กล่าว
ด้านนายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (พีทีทีจีซี) กล่าวว่า ทางบริษัทได้รับผลกระทบจากกรณีโรงแยกก๊าซฯ ปตท.หยุดเดินเครื่อง 2 ด้าน คือ การส่งอีเทนจากโรงแยกก๊าซฯ 5 และนโยบายของกระทรวงพลังงานที่ให้ลดการส่งแอลพีจีให้กับกลุ่มปิโตรเคมี เพื่อให้มีแอลพีจีเพียงพอในภาคอื่นๆ
ดังนั้น เมื่อวัตถุดิบในประเทศลดลง ทางบริษัทจะใช้วิธีนำเข้าแนฟทาหรือเอทีลีน เข้ามาเป็นวัตถุดิบในการผลิตแทนโดยจากความยืดหยุ่นของโรงงาน จึงทำให้สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ทำให้โรงงานปิโตรเคมีต้องลดกำลังผลิตลง 10% โดยยังขอยืนยันว่า ภาพรวมจะทำให้กำไรพีทีทีจีซีลดลงไม่เกิน 400 ล้านบาท/เดือน และจะดูแลไม่ให้มีผลกระทบต่อลูกค้าที่ใช้เม็ดพลาสติก







