
อนาคตร้านอาหารไทยสดใสใน"เวียดนาม"
“โอกาสทำธุรกิจร้านอาหารไทยในเวียดนามยังมีอีกมาก ในบรรดาอาหารนานาชาติ คนที่นี่ชอบอาหารไทยมากที่สุด”
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“โอกาสทำธุรกิจร้านอาหารไทยในเวียดนามยังมีอีกมาก ในบรรดาอาหารนานาชาติ คนที่นี่ชอบอาหารไทยมากที่สุด” นี่คือคำบอกเล่าของ ชีพโรจน์ ประภัสสร เจ้าของ “Thai House Restaurant” ในนครโฮจิมินห์ ผู้ปักธงร้านอาหารไทยแท้มานานนับสิบปี
ชีพโรจน์ บอกว่า เขาตัดสินใจผันตัวจากพนักงานบริษัทมาเปิดร้านอาหาร เพราะอยากมีที่เล็กๆ ให้เพื่อนคนไทยมาสังสรรค์กัน ต่อมาได้รับความนิยมมากขึ้น คนเริ่มรู้จักมากขึ้น จึงเปิดร้านอาหารครั้งแรกเมื่ออายุ 46 ปี ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท โดยในเวียดนามเมื่อ 20 ปีก่อน มีร้านอาหารไทย 23 ร้าน และร้าน “Thai House Restaurant” เป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยยุคแรกที่ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน
การเริ่มต้นทำธุรกิจ เปิดร้านอาหารไทยในเวียดนามนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องศึกษากฎระเบียบการลงทุนในเวียดนามให้ลึกซึ้งมากที่สุด แต่ข้อได้เปรียบของชีพโรจน์ คือ เข้ามาทำงานและอยู่ในเวียดนามมานาน จนเข้าใจคนท้องถิ่นและธุรกิจเวียดนาม
สำหรับในแง่มุมของกฎหมายนั้น ไม่อนุญาตให้คนต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดินได้ ต้องเช่าเท่านั้นและค่าเช่าก็ปรับขึ้นทุกปี หรือเฉลี่ยปรับขึ้นปีละ 15% ขณะเดียวกันเวียดนามมีการเก็บภาษีแบบละเอียดมาก ต้องจ่ายภาษีการทำธุรกิจทุกอย่าง มีต้นทุนที่สูงพอสมควร และที่สำคัญการทำธุรกิจในโฮจิมินห์จำเป็นต้องรู้จักและมีเพื่อนเป็นคนท้องถิ่นจะดีที่สุด เพราะสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำลู่ทางต่างๆ ได้ดี
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหารในเวียดนามให้ประสบความสำเร็จ คือ การเลือกใช้แม่ครัวคนไทย เพราะจะมีความรู้และปรุงอาหารรสชาติแบบไทยแท้ ไม่ผิดเพี้ยน ที่ผ่านมาชีพโรจน์เลือกใช้แม่ครัวคนไทยมาตลอด ยกเว้นพนักงานในร้านเป็นคนเวียดนาม และการเปิดร้านอาหารก็ต้องควบคุมดูแลบริหารร้านอาหารเอง
ข้อดีของการเปิดร้านที่นี่คือ วัตถุดิบและเครื่องปรุงรสที่มีเหมือนไทยทุกอย่าง ส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในร้านไม่สูงมากนัก มีเพียงกะปิ พริกใหญ่แห้ง และผักสะตอที่นำเข้ามาจากประเทศไทย เพราะไม่มีในเวียดนาม ปัจจุบันร้านมีเมนูอาหารไทยหลากหลาย ราคาเริ่มต้นจานละ 100 บาทไปจนถึงราคาสูงสุด 700 บาท คือ เมนูปลาเก๋าซีฟู้ด
ร้านขนาด 40 โต๊ะแห่งนี้ มีลูกค้าเฉลี่ยวันละ 200-300 คน โดยลูกค้าจะแน่นมากในช่วงกลางวัน ช่วงค่ำ และวันหยุด ลูกค้าเต็มร้าน ต้องโทรศัพท์มาจองโต๊ะล่วงหน้า ลูกค้าหลักเป็นคนเวียดนาม 65% อีก 15% เป็นคนไทย ส่วน 20% เป็นชาวต่างชาติอื่นๆ ที่ทำงานในเวียดนาม
“ลูกค้าต่างชาติชื่นชอบอาหารไทย เพราะอาหารหลากหลาย รสชาติอร่อย จัดจ้าน โดยเฉพาะคนเวียดนามชอบอาหารไทยมากที่สุด เพราะรสชาติใกล้เคียงกัน และที่สำคัญคนเวียดนามนิยมมารับประทานอาหารเป็นครอบครัว และสั่งอาหารต่อครอบครัวมากกว่า 10 เมนูขึ้นไป เมนูยอดนิยม คือ ส้มตำผัดไทย ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่น และหมูปิ้ง”
ความสำเร็จในปัจจุบัน ทำให้ชีพโรจน์มีแผนจะเปิดร้านอาหารไทยแห่งที่สองในปีหน้า ซึ่งตอนนี้กำลังเลือกทำเลอยู่
ชีพโรจน์เล่าด้วยว่า ร้านอาหารไทยในเวียดนามที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีเหมือนกัน เพราะไม่ใช่อาหารไทยแท้และมีพ่อครัวหรือแม่ครัวเป็นคนเวียดนามที่อาจจะไม่ชำนาญการปรุงอาหารไทย
ทุกวันนี้ร้านอาหารไทยในโฮจิมินห์มีมากกว่า10 ร้าน ซึ่งถือว่าไม่มากนัก และเชื่อว่าโอกาสร้านอาหารไทยในเวียดนามยังสดใส เพราะความนิยมรับประทานอาหารไทยของคนเวียดนามและคนต่างชาติมีสูง คนเวียดนามใช้จ่ายในการรับประทานอาหารต่อครั้งสูงมาก ประกอบกับเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวดี และกลุ่มคนทำงานที่มีรายได้ปานกลางจนถึงสูงมีจำนวนมากขึ้น







