
ความจริงเรื่องเมทิลโบรไมด์และโบรไมด์อิออน
หลังจากทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและมูลนิธิชีววิถีได้มีการแถลงผลการทดสอบข้าวสารบรรจุถุงที่พบว่ามีการปนเปื้อนของสารโบรไมด์อิออน
หลังจากทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและมูลนิธิชีววิถีได้มีการแถลงผลการทดสอบข้าวสารบรรจุถุงที่พบว่ามีการปนเปื้อนของสารโบรไมด์อิออน ที่ตกค้างจากการใช้สารเมทิลโบรไมด์รมควันข้าวสารเกินกว่าค่ามาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือ Codex กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 50 ppm (part per million) จำนวน 1 ตัวอย่าง จากตัวอย่างข้าวสารบรรจุถุงที่นำมาสุ่มทดสอบทั้งสิ้น 34 ตัวอย่าง จนกลายเป็นประเด็นสังคมที่เริ่มกังวลถึงความปลอดภัยของข้าวสารในประเทศ และอีกคำถามสำคัญที่ผู้บริโภคอยากรู้ คือ สารเมทิลโบรไมด์และโบรไมด์อิออนที่พบมีการปนเปื้อนนั้น เป็นอันตรายกับผู้บริโภคหรือไม่
มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ThaiPAN) จัดเสวนาทางวิชาการ “ความจริงเรื่องเมทิลโบรไมด์ (Methyl Bromide) และโบรไมด์อิออน (Bromide Ion)” เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบของการใช้เมทิลโบรไมด์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยการเสวนาทางวิชาการมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งแพทย์ นักวิชาการด้านเภสัชศาสตร์ นักโภชนาการ นักพิษวิทยา นักการเกษตร คณาจารย์จากสถาบันการศึกษา และสมาชิกเครือข่ายผู้บริโภค โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันว่าอันตรายของเมทิลโบรไมด์และโบรไมด์อิออนมีความแตกต่างกัน โดยเมทิลโบรไมด์มีพิษเฉียบพลันต่อผู้ใช้และระยะยาวมีแนวโน้มเป็นสารก่อมะเร็ง ในขณะที่โบรไมด์อิออนที่ตกค้างเกิน 50 ppm มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพราะโบรไมด์อิออนจะแย่งจับไอโอดีนในร่างกาย ทำให้เป็นปัญหากับประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่ขาดไอโอดีน ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
ส่วนข้อมูลเรื่องการขจัดโบรไมด์อิออนที่ตกค้างโดยการซาวน้ำและหุงของมูลนิธิฯ และหน่วยงานราชการมีส่วนที่สอดคล้องกันและแตกต่างกัน โดยเมื่อเปรียบเทียบงานวิจัยในต่างประเทศและการทดลองเบื้องต้นโดยกรมวิชาการเกษตร พบว่ามีผลการวิจัยบางส่วนใกล้เคียงกัน คือ การซาวน้ำสามารถลดการตกค้างได้บางส่วน แต่มีความแตกต่างกันของปริมาณการตกค้างหลังหุง ซึ่งจากงานวิจัยในประเทศญี่ปุ่น พบว่ายังเหลือโบรไมด์อิออนตกค้างถึง 41.2% ในขณะที่การทดลองของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าเหลือโบรไมด์อิออนตกค้างเพียง 15.4%
ใครที่อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค สามารถติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” นิตยสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้บริโภค www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







