posttoday
ส.ค.เป็นตัวชี้ทิศทางตลาดหุ้นไทย

ส.ค.เป็นตัวชี้ทิศทางตลาดหุ้นไทย

16 สิงหาคม 2556

ความผันผวนในตลาดหุ้นได้เกิดขึ้นมาตลอดเวลา ท่านที่ติดตามตลาดหุ้นมาตั้งแต่ในช่วง มิ.ย. คงจะเห็นการเคลื่อนไหวของ Set Index ที่มีการเคลื่อนไหวสลับฟันปลาขึ้นวันลงวัน และยังไม่ได้มีทิศทางที่เด่นชัดมากนัก คงมีคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของตลาดหุ้นไทยเกี่ยวกับทิศทางและความสำคัญ ก่อนอื่นต้องเริ่มกันที่ปัจจัยในการลงทุนของตลาดหุ้นไทยกันก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ซึ่งอันที่จริงเคยนำเสนอในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงจากต่างประเทศ (Fund Flow) เป็นปัจจัยในประเทศ (การเมือง)

ความผันผวนในตลาดหุ้นได้เกิดขึ้นมาตลอดเวลา ท่านที่ติดตามตลาดหุ้นมาตั้งแต่ในช่วง มิ.ย. คงจะเห็นการเคลื่อนไหวของ Set Index ที่มีการเคลื่อนไหวสลับฟันปลาขึ้นวันลงวัน และยังไม่ได้มีทิศทางที่เด่นชัดมากนัก คงมีคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของตลาดหุ้นไทยเกี่ยวกับทิศทางและความสำคัญ ก่อนอื่นต้องเริ่มกันที่ปัจจัยในการลงทุนของตลาดหุ้นไทยกันก่อนว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ซึ่งอันที่จริงเคยนำเสนอในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงจากต่างประเทศ (Fund Flow) เป็นปัจจัยในประเทศ (การเมือง)

ปัจจัยแรก ก็คือเรื่องของ Fund Flow โดยเฉพาะประเด็นของ QE ของสหรัฐ แม้ระยะสั้นจะเริ่มลดบทบาทลงไป แต่น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ว่าการอัดฉีดดังกล่าวจะสิ้นสุดเมื่อไรกันแน่ หรือจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลง อีกทั้งความชัดเจนในแง่เงินทุนเคลื่อนย้ายในเอเชีย จากญี่ปุ่นหรือจีนน่าจะมีตัวเลขการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นจากเดิมในช่วงไตรมาสนี้

ปัจจัยสอง ตัวเลขทางเศรษฐกิจ คงต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบัน การปรับตัวลดลงของ GDP ในการคาดการณ์ GDP ปีนี้มีการปรับกันเกือบทุกสำนัก จากส่วนใหญ่จะลงมา 1% จาก 5 ต้นๆ มาเหลือ 4 ต้นๆ ซึ่งความสำคัญจะไม่ได้อยู่ที่เราจะกระตุ้นในเครื่องมือที่มีอยู่ได้อย่างไร แต่ความสำคัญจะอยู่ที่การอัดฉีดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ปริญญาตรี 15,000 บาท โครงการรถคันแรก เป็นต้น จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ยกตัวอย่าง โครงการ 2 ล้านล้านบาท ตกลงจะเป็นอย่างไร จะได้ทำหรือไม่ เพราะโครงการที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจมีการเติบโตสูงขึ้น

ปัจจัยที่สาม ปัจจัยการเมือง ประเด็นเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมน่าจะชัดเจนที่สุด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ทางออกยังคงไม่มี แต่ก็น่าจะประเมินได้ว่า น่าจะมีผลออกมาว่าจะเป็นอย่างไรในช่วงไตรมาส 3 นี้ หรือแม้แต่เรื่องของโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องมีการผ่านสภาในการทำงานลงไป

ทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นคงพอจะเห็นภาพได้ว่า ระยะเวลาในการตัดสิน 3 ปัจจัยสำคัญนี้น่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 3 ซึ่งก็หมายถึงทิศทางของตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะเกิดการตัดสินในเร็ววันนี้ และแน่นอนที่สุดก็คือ กรณีเราเห็นการคาดการณ์เป้าหมายของ Set Index ในปีนี้ยังอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด ก็น่าจะมองได้ว่าปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นต้องตอบสนองในเชิงบวก มิเช่นนั้น Set Index คงยากที่จะขึ้นไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ ซึ่งการมองถึงเงื่อนไขที่กล่าวมาน่าจะฟันธงและมองในเชิงกลยุทธ์ให้แคบลงได้ว่า ปัจจัยดังกล่าวน่าจะมีการประเมินโดยนักลงทุนภายใน ส.ค.ว่า ปัจจัยทั้ง 3 ประเภทจะมีการตัดสินในด้านใด และกรณีมองในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบน่าจะพบว่า Pattern ของ Set Index ณ ปัจจุบัน มีการก่อตัวและจะมีการ Break Out ในเร็ววันนี้ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.เช่นเดียวกัน

ดังนั้น เราน่าจะมองตลาดหุ้นไทยแบบฟันธงได้ว่าทิศทางของ Set Index น่าจะมีการตัดสินได้ภายในเดือนนี้ ซึ่งการประเมินในเชิงทางเทคนิคทำให้มองได้ว่า การต่ำกว่า 1,400 จุด น่าจะเป็นสัญญาณขาย และการสูงกว่า 1,460-1,465 จะเป็นสัญญาณซื้อ เป้าหมายกรณีการเกิดสัญญาณซื้อน่าจะวิ่งไปสู่ 1,600 จุด และกรณีเกิดสัญญาณขาย น่าจะเห็นตัวเลข 1,200 จุดกว่าๆ เพราะฉะนั้นแม้ภาพตลาดหุ้นจะไม่มีอะไร แต่เรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน