
มายเปย์จ่อขยายธุรกิจจ่ายเงินออนไลน์
มายเปย์วาดแผน 3 ปี ทยอยลุยธุรกิจเติมเงินชำระเงินออนไลน์ ทั่วอาเซียน นำร่องลาวกัมพูชา
มายเปย์วาดแผน 3 ปี ทยอยลุยธุรกิจเติมเงินชำระเงินออนไลน์ ทั่วอาเซียน นำร่องลาวกัมพูชา
นายธนกร ยิ้มสำรวย ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มายเปย์ เปิดเผยว่า ภายใน 2-3 ปีนี้ บริษัทวางแผนจะเข้าไปดำเนินธุรกิจให้บริการตู้เติมเงินและชำระเงินออนไลน์ในอาเซียน เบื้องต้นประเทศที่บริษัทเห็นว่ามีความพร้อมและน่าสนใจ ได้แก่ ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์
เบื้องต้นบริษัทประเมินว่าลาวและกัมพูชาน่าสนใจมากกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากยังไม่มีผู้เข้ามาทำตลาดดังกล่าวเท่าที่ควร
ทั้งนี้ แผนการลงทุนจะเป็นแบบร่วมทุน หาพันธมิตรท้องถิ่นที่มีเครือข่ายการติดต่อกับภาครัฐ ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์อินเทอร์เน็ต และสามารถกระจายตู้ของบริษัทได้จำนวนมาก ขั้นต่ำการเริ่มต้นในแต่ละประเทศจะต้องวางตู้ของบริษัทได้ไม่ต่ำกว่า 100 ตู้
สำหรับจุดแกร่งที่จะทำให้ตู้เติมเงินและชำระเงินออนไลน์ของบริษัทได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือผู้ใช้บริการตู้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการบริการ อีกทั้งยังเป็นตู้ที่มีให้เลือกใช้บริการ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ รัสเซีย และเยอรมนี ตลอดจนสามารถอัพเดตซอฟต์แวร์ให้รองรับสกุลเงินชาติต่างๆ ได้
นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับช่วง 2 ปีก่อนขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศจะเร่งสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจมายเปย์ในไทย โดยภายในวันที่ 1 ม.ค. 2557 บริษัทจะยกระดับการบริการตู้ของบริษัททั่วประเทศให้ครอบคลุมการชำระเงินระบบโพสต์เพด จากที่ปัจจุบันสามารถชำระเงินได้เฉพาะในระบบพรีเพด
นอกจากนี้ บริษัทจะปรับแผนการขยายธุรกิจในไทย จากเดิมที่ลงทุนขยายจุดวางตู้เติมเงินด้วยทุนของบริษัทเองกว่า 500 ตู้ แต่ต่อไปจะใช้วิธีขายแฟรนไชส์ตู้ให้แก่ผู้ที่สนใจในราคา 5.997.8 หมื่นบาทต่อตู้ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มจำนวนตู้ทั่วประเทศเป็น 1,000 ตู้ และเพิ่มเป็น 2,000 ตู้ในปี 2557 และ 4,000 ตู้ในปี 2558 ต่อไป
สำหรับตู้ให้บริการในประเทศ จะมีบริการเติมเงินและชำระเงินรวมออนไลน์รวมกว่า 30 บริการ แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเติมเงินโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 เครือข่าย 2.กลุ่มเติมเงินอินเทอร์เน็ต 3.กลุ่มเติมเงินรหัสโทรศัพท์ทางไกลไปยังต่างประเทศ 4.กลุ่มเติมเงินเกมออนไลน์ 5.กลุ่มชำระค่าตั๋วเครื่องบินและตั๋วด้านบันเทิง และ 6.กลุ่มชำระค่าบริการสาธารณูปโภค
สำหรับตู้ที่ให้บริการในประเทศ ยังมีจุดเด่นกว่าตู้บริการของบริษัทอื่นๆ ตรงที่มีพื้นที่สื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home Media) ด้วย ทำให้ผู้ที่ซื้อตู้ไปวางจะมีรายได้ทั้งจากส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นของกว่า 30 บริการ และส่วนแบ่งค่าโฆษณา ขณะที่สัดส่วนรายได้ของบริษัทในอนาคตจะประกอบจาก 3 ส่วน ได้แก่1.ค่าคอมมิชชันของแต่ละเซอร์วิส 50%2.ค่าขายตู้ 25% และ 3.ค่าขายโฆษณาอีก 25% โดยในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 100 ล้านบาท







