
ซีไอเอ็มบีแนะลงทุน1ปีขึ้นไป
CIMB ชี้เศรษฐกิจไทยโตชะลอ กดดอกเบี้ยทรงตัว ชูกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางน่าสนกว่ากองทุน 6-12 เดือน
CIMB ชี้เศรษฐกิจไทยโตชะลอ กดดอกเบี้ยทรงตัว ชูกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางน่าสนกว่ากองทุน 6-12 เดือน
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาด เห็นได้จากภาคการบริโภคที่เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวชัดเจนจากยอดขายรถยนต์ที่ปรับตัวลงกว่า 10% การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในไตรมาส 2 ลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเริ่มชะลอตัว
สำหรับภาระหนี้ภาคครัวเรือนอยู่ในเกณฑ์สูงน่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น และทำให้ยอดขายรถยนต์ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ไม่โตมากเหมือนใน 1-2 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยโดยรวมน่าจะยังเติบโตได้ปานกลาง ไม่สูงมากเหมือนปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำประมาณ 2% จึงมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลงได้อีกเล็กน้อยในปีข้างหน้า
“ภาวะตลาดแบบนี้เหมาะกับการลงทุนในตราสารหนี้อายุประมาณ 2-3 ปี น่าจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เนื่องจากได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าในกรณีที่ดอกเบี้ยทรงตัว และอาจมีกำไรจากการลงทุนหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง”นายเจษฎา กล่าว
นายอุดมการณ์ อุดมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า การลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางในระยะประมาณ 1 ปีขึ้นไป เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดอายุโครงการ (เทอมฟันด์) โดยเฉพาะเมื่อเทียบผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวซึ่งดีกว่าอัตราเงินเฟ้อ ช่วงที่ผ่านมาบริษัทจึงไม่ออกกองทุนเทอมฟันด์ แต่จะแนะนำลงทุนในกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล คอร์ ฟิกซ์ อินคัม ซึ่งเป็นกองทุนเปิดตราสารหนี้ระยะกลางอายุเฉลี่ย 2 ปี
ทั้งนี้ จุดเด่นของกองทุนมีการกระจายลงทุนมากกว่ากองทุนเทอมฟันด์ โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ประมาณ 4-5 บริษัท และผู้ลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ทุกวัน ซึ่งในต่างประเทศเป็นที่นิยมแนะนำให้ลูกค้าถือเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุน โดยประมาณ 1 ใน 3 ของตลาดกองทุนในสหรัฐก็เป็นกองทุนประเภทนี้







