posttoday
สุนัข

สุนัข

14 สิงหาคม 2556

ระยะนี้มีข้อมูลชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องครอบคลุมกับทั้งประเด็นเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมวัฒนธรรมของอาเซียนผ่านหูผ่านตาเข้ามา เห็นชื่อเรื่องทุกท่านคงทราบแล้วว่าเกี่ยวข้องกับสุนัขแน่ๆ

ระยะนี้มีข้อมูลชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องครอบคลุมกับทั้งประเด็นเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมวัฒนธรรมของอาเซียนผ่านหูผ่านตาเข้ามา เห็นชื่อเรื่องทุกท่านคงทราบแล้วว่าเกี่ยวข้องกับสุนัขแน่ๆ

ผมกำลังพูดเรื่องการ “ค้าเนื้อสุนัข” ครับ

สาเหตุที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เพราะดูเหมือนอาเซียนกำลังทำธุรกิจค้าเนื้อสุนัขกันเป็นอุตสาหกรรม มีช่องทางโลจิสติกส์ทั้งขนส่งผ่านชายแดน ขนส่งทางเรือ ต่างกับธุรกิจส่งออกทั่วไปนิดเดียวตรงที่มีคำว่า “ลักลอบ” เข้ามาเกี่ยวข้องในหลายประเทศ เพราะการจับสุนัขไปขายถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

ประเทศที่นิยมนำเข้าเนื้อสุนัขจากเพื่อนบ้านมากที่สุดในขณะนี้ คือ เวียดนาม เพราะไม่มีกฎหมายใดๆ ควบคุมเอาไว้ ราคา “เนื้อหมา” สูงกว่า “เนื้อหมู” ถึง 3 เท่า ตลาดเวียดนามเลยกลายเป็นที่หมายปองของทั้งผู้ค้า (ผิดกฎหมาย) ชาวไทยและชาวลาว

กลุ่มพันธมิตรพิทักษ์สุนัขเอเชีย ประมาณการว่า แต่ละปีไทยและลาวส่งสุนัขเข้าไปขายในเวียดนามไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นตัว นอกจากนี้แต่ละปียังมีการบริโภคเนื้อสุนัขรวมกันไม่ต่ำกว่า 5 ล้านตัว

หากสุนัขในอาเซียนสามารถรวมกลุ่มกันเองเพื่อทำอะไรได้ ผมว่าเหล่าสุนัขคงประเมินตัวเลขนี้เป็นปัญหาของมวล “สุนักขะชาติ” (คล้ายๆ มนุษยชาติ)

ก็เวลาเราพูดถึงปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาความมั่นคง เราพูดกันเป็นภาษาอังกฤษว่า “Human Trafficking” พอเราพูดถึงปัญหาการค้าเนื้อสุนัข เราก็พูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “Dog Meat Trafficking” เช่นกัน ดังนั้นถ้าสุนัขจะมองเรื่องนี้เป็นปัญหาความมั่นคงของสุนัขบ้าง คงไม่ผิดอะไร

แต่เราทั้งหลายในฐานะคนอาเซียน ผมคิดว่าเราควรมองเรื่องนี้เป็นปัญหาความมั่นคงทางวัฒนธรรม

เพราะคนอาเซียนจำนวนหนึ่งเลือกบริโภคเนื้อสุนัขเพราะเชื่อว่า “ทานแล้วจะโชคดี” “ทานแล้วจะแข็งแรง” พูดให้ชัดคือ คนกลุ่มดังกล่าวกำลังเบียดเบียนสัตว์อื่นที่ไม่ได้ถูกจำแนกไว้ว่าเป็นสัตว์เพื่อบริโภคเพียงเพราะ “ความเชื่อ”

ยิ่งพินิจพิจารณาเพิ่มเติมด้วยว่าสัตว์ชนิดดังกล่าวคือ “เพื่อน” ที่แสนรู้ของคนด้วยแล้ว พฤติกรรมการบริโภคดังกล่าวยิ่งดูเป็นวัฒนธรรมความเชื่อที่โหดร้ายโดยไม่จำเป็น

องค์การอนามัยโลกยืนยันว่า การค้าเนื้อสุนัขเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในอินโดนีเซียและอหิวาตกโรคในเวียดนาม ขยี้ให้ชัดคือทานแล้วไม่แข็งแรง ไม่ปลอดภัย เพราะไม่อนามัยตั้งแต่โลจิสติกส์แล้ว

ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หรือ เอเอสซีซี บลูพรินต์ เน้นร่วมมือแต่อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ไม่ได้ระบุถึงการจัดการปัญหาเชิงวัฒนธรรมใหม่ๆ ขณะเดียวกันมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมก็ระบุถึงแต่สัตว์ป่าและสัตว์น้ำ ไม่ระบุถึงการจัดการปัญหาสัตว์เลี้ยง (ทั้งที่มีคนเลี้ยงและไม่มีคนเลี้ยง)

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ควรเร่งออกมาดำเนินการและหาช่องสร้างความร่วมมือดังกล่าวในระดับอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนที่เรื่องจะลุกลามจนเนื้อสุนัขกลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจของอาเซียนในสายตาประชาคมโลก

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงคิดว่าผมน่าจะเป็นคนรักสุนัขมาก ที่บ้านคงเลี้ยงไว้หลายตัว แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมไม่เคยเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านสักตัวครับ...

ผมเลี้ยงเอาไว้ในปากแทนน่ะครับ (ฮา)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน