
2บริษัทซิวงานแอร์พอร์ตลิงก์ตามคาด
บอร์ดรฟท.อนุมัติใช้วิธีพิเศษ
อีควิปเมนท์สามารถนอนมาโพสต์ทูเดย์
— บอร์ด ร.ฟ.ท. ใช้วิธีพิเศษจ้างแดนไทย อีควิปเมนท์ และสามารถคอมเทค กว่า 200 ล้านบาท ให้บริการแอร์พอร์ตลิงก์สายพานลำเลียง และเช็คอินผู้โดยสาร โครงการแอร์พอร์ตลิงค์นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.ได้อนุมัติให้ว่าจ้างบริษัท แดนไทย อีควิปเมนท์ โดยวิธีพิเศษ 3 ปี วงเงิน 165 ล้านบาท เพื่อทำหน้าที่ให้บริการและซ่อมบำรุงรักษาระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระที่สถานีรับส่งผู้โดยสารมักกะสัน และสถานีรถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และอนุมัติให้ใช้วิธีพิเศษว่าจ้างบริษัท สามารถคอมเทค 3 ปี วงเงิน 110 ล้านบาท ทำหน้าที่ให้บริการระบบเช็กอินผู้โดยสาร
สาเหตุที่ต้องใช้วิธีพิเศษว่าจ้างบริษัททั้งสองราย เพราะโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์จะมีบริการเช็กอินผู้โดยสารและสัมภาระสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางต่อโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และที่ผ่านมาบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ได้เสนอแนะว่า หากได้ผู้รับจ้างรายเดียวกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะทำให้งานบริการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระและระบบเช็กอินในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์สอดคล้องกับระบบที่ใช้ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ทั้งนี้ การเลือกผู้รับจ้างรายเดียวกันจะเป็นการลดเวลาในการฝึกอบรมบุคลากร เพราะการลำเลียงกระเป๋าสัมภาระจากโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์เข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นเส้นทางต่อเชื่อมกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่สายการบินที่จะทำการเช็กอินผู้โดยสารที่สถานีมักกะสัน มีความคุ้นเคยกับระบบเช็กอินผู้โดยสารซึ่งติดตั้งอยู่ในสุวรรณภูมิเพราะจะมีความต่อเนื่องในการใช้งานระบบโดยไม่ต้องฝึกอบรมเพิ่มเติมเช่นกัน และยังช่วยลดปัญหาข้อขัดแย้งในเรื่องความรับผิดชอบต่อความเสียหายหรือสูญหายของสัมภาระ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติให้ซื้อบริการน้ำเย็นจากบริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น เป็นเวลา 20 ปี เพื่อใช้สำหรับระบบปรับอากาศในสถานีสุวรรณภูมิ เพราะระบบปรับอากาศของสถานีสุวรรณภูมิมีลักษณะเดียวกับอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำเย็นจ่ายเข้าระบบท่อปรับอากาศที่ติดตั้งในสถานีเรียบร้อยแล้ว โดยอัตราค่าน้ำเย็นจะเป็นมาตรวัดลักษณะเดียวกับระบบจ่ายน้ำเย็นให้อาคารผู้โดยสาร ในราคากว่า 5.3 บาทต่อตันความเย็น
“
การอนุมัติดังกล่าวจะส่งผลให้การเปิดทดลองเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์จากสถานีพญาไทถึงสถานีสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.นี้เป็นไปด้วยดีและมีระบบปรับอากาศภายในสถานีสุวรรณภูมิ โดยรฟท.จะเปิดให้บริการเป็นประจำตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยจะให้บริการวันละ 2 ช่วง ช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00น.10.00 น และช่วงเย็นตั้งแต่เวลา 16.00น.19.00 น.ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะไม่เปิดให้บริการ เพราะต้องการเน้นคนทำงานเป็นหลัก” นายสุพจน์ กล่าวนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ จะเดินทางไปตรวจความพร้อมโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เพื่อให้มั่นใจทุกด้านก่อนเปิดให้บริการในวันที่ 30 เม.ย.นี้ โดยล่าสุดได้รับรายงานว่าระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยผ่านการทดสอบเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์จะอยู่ในช่วงเดือนก.ค.เดือนส.ค.นี้
“
โสภณ” แจงการรถไฟฯ ไม่ได้งบปี 54 แต่ได้เงินกู้ที่รัฐบาลจัดให้ คาดจัดทำแผนโครงสร้างทางการเงินเสนอครม.พิจารณาได้เร็วๆ นี้นายโสภณกล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณปี 2554 ว่า แนวโน้ม ร.ฟ.ท. อาจไม่ได้รับการจัดสรร ทั้งที่มีโครงการที่จะต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วนจำนวนมาก เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและส่งเสริมให้รฟท.ไม่ต้องขาดทุนอย่างต่อเนื่องในอนาคต เรื่องนี้ ขอชี้แจงให้ทราบว่า เพราะส่วนใหญ่ ร.ฟ.ท.จะได้รับงบประมาณในส่วนอื่นหรือจากเงินกู้ที่รัฐบาลจัดให้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะได้เงินจากส่วนใดก็จะช่วยให้รฟท.ได้รับการพัฒนาให้เป็นไปในทางที่ดีทั้งสิ้น คาดว่าการรถไฟฯ จะจัดทำแผนการใช้เงินและเสนอครม.ได้เร็วๆ นี้
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รฟท. อยู่ระหว่างการจัดทำแผนตามกรอบงบประมาณที่รัฐบาลอนุมัติวงเงินให้กับ รฟท.เพื่อนำมาปรับปรุงและยกระดับรถไฟไทย กว่า 1.7 แสนล้านบาทนั้น ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สั่งการให้รฟท.จัดทำแผนโครงสร้างทางการเงิน แผนธุรกิจ ระบบบัญชี เพื่อรองรับการใช้งบประมาณจำนวนดังกล่าวให้คุ้มค่า จากนั้นก็จะนำเสนอกลับไปยังสศช.อีกครั้งเพื่อนำเสนอเข้าสู่ประชุมครม.พิจารณาอนุมัติวงเงินดังกล่าว
“
ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมเรื่องการใช้เงินทั้งระบบ แต่จะประชุมแยกเป็นเรื่องๆ ในแต่ละโครงการ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถสรุปได้ว่ารถไฟฯ จะไม่ได้รับงบปี 54 แต่ทางกระทรวงคมนาคมจะต้องจัดทำแผนที่ชัดเจนเพื่อให้สศช.พิจารณา อย่างไรก็ตาม หากรถไฟฯไม่ได้รับเงินเลย จะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาระบบรางอย่างแน่นอน” นายสุพจน์ กล่าวในการจัดทำแผนงบประมาณปี 54 ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น ได้ของบประมาณไปทั้งสิ้นกว่า 2.44 แสนล้านบาท แต่ทางสำนักงบประมาณปรับลดวงเงินงบประมาณลงเหลือเพียง 9.86 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขทั้งหมดยังไม่ใช่ตัวเลขที่แน่ชัด จะต้องผ่านขั้นตอนอีกมากกว่าจะสรุปว่า ในปี 2554 กระทรวงคมนาคมจะได้งบประมาณเท่าไร
สำหรับงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมยื่นขอไปนั้น อาทิ กรมทางหลวง(ทล.) วงเงิน กว่า 8.8 หมื่นล้านบาท กรมทางหลวงชนบท (ทช.)วงเงินกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนประแห่งประเทศไทย(รฟม.) วงเงินกว่า 1.35 หมื่นล้านบาท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 5,893 ล้านบาท เป็นต้น







