posttoday
บล.ภัทรเบรกแผนเพิ่มพอร์ตหุ้น

บล.ภัทรเบรกแผนเพิ่มพอร์ตหุ้น

23 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — “ภัทร” ชะลอแผนเพิ่มพอร์ตหุ้น หลังเกิดเหตุ 10 เม.ย. ชี้ต้องระมัดระวัง รอการเมืองนิ่งก่อนตัดสินใจลงทุนอีกครั้ง

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร (PHATRA) เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองที่ร้อนแรงและเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทชะลอแผนการเพิ่มพอร์ตลงทุนระยะยาวของบริษัทออกไป ซึ่งปัจจุบันพอร์ตลงทุนมีมูลค่า 1,246 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมดที่ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท

“ยอมรับว่าตอนนี้บริษัทมีความลังเลและมีความระมัดระวังต่อการพิจารณาขยายวงเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้นและต้องรอให้สถานการณ์การเมืองนิ่งกว่านี้ก่อน จึงจะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเพิ่มเงินลงทุนอย่างไร” นายอภินันท์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร กล่าวว่า บริษัทตัดสินใจเพิ่มเงินลงทุนระยะยาวเมื่อไตรมาส 4 ปี 2552 เพราะเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวดีและการเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ตอนนี้ภาพการเมืองเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

สำหรับพอร์ตของบริษัทนั้นจะลงทุนระยะยาว 34 ปี เน้นบริษัทที่มีฐานธุรกิจในต่างจังหวัดและมีอัตราการเติบโตที่ดี ซึ่งล่าสุดได้ซื้อหุ้นของบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) มากกว่า 5% รวมถึงการลงทุนในหุ้นโรงพยาบาล เช่น หุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ หุ้นสาธารณูปโภค อุตสาหกรรมการผลิตและสื่อสาร เช่น บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) เป็นต้น

“หลักการลงทุนของบริษัทจะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก เพราะมองว่า 1.เป็นบริษัทที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่แท้จริง 2.บริษัทขนาดเล็กจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าบริษัทขนาดใหญ่ เพราะส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ไม่ให้ความสนใจ แต่จริงๆ แล้วยังมีบริษัทที่มีศักยภาพ 3.บริษัทมีโอกาสเข้าร่วมบริหารจัดการและให้คำแนะนำแก่บริษัทที่เข้าลงทุนได้ด้วย” นายอภินันท์ กล่าว

ขั้นตอนการจัดโครงสร้างบริษัทใหม่นั้นภายในเดือน ก.ย. จะยื่นไฟลิงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ และสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค. จะเริ่มทำคำเสนอซื้อหุ้น บล.ภัทร ซึ่งขบวนการทั้งหมดจะเสร็จในเดือน ธ.ค. และจะเพิกถอนหุ้น บล.ภัทร และนำบริษัทโฮลดิงคือทุนภัทรเข้าจดทะเบียนแทนได้ในช่วงเดือน ม.ค. 2554

“ตอนนี้ไม่มีการเจรจาเรื่องร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทหลักทรัพย์แห่งใดเลย เพราะจะใช้เวลาทั้งหมดในการจัดโครงสร้างบริษัทใหม่”

สำหรับแผนการทำธุรกิจในปีนี้มีแผนเพิ่มมาร์เก็ตติงทั้งหมด 10 คน และรับมาแล้ว 5 คน เพื่อช่วยขยายฐานลูกค้าบุคคลมากขึ้น และหวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์เป็น 56% จากปีก่อนอยู่ที่ 4.5%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน